เสียงทะเลาะด้านนอกดังไม่หยุด
ซูชิงอวี๋หยิบกระดาษโน้ตออกจากกระเป๋า
กฎของบ้านแสนสุข (ต่อ)
【9. แมวดำรักคุณ บ้านนี้ไม่มีแมวดำ หากเห็นแมวดำเข้ามาออดอ้อน โปรดฆ่ามัน ซากโยนถังขยะได้ คุณพ่อจะเอาขยะออกไป】
【10. เนื้อในตู้เย็นหมดอายุแล้ว รับประทานไม่ได้ หากคุณเผลอละเมิดกฎข้อนี้ โปรดไปห้องน้ำล้วงคอทันที】
【11. อาหารเพื่อสุขภาพปลอดภัย กินอาหารเพื่อสุขภาพมาก ๆ ดีต่อร่างกาย จงจำไว้ สิ่งที่คุณกินคือและเป็นเพียงอาหารเพื่อสุขภาพเท่านั้น!】
【12. ยามค่ำคืนงดงาม หากนอนไม่หลับ ไปที่ระเบียงคุยกับคุณย่าได้ หากรู้สึกว่ามีคนมองคุณจากนอกหน้าต่าง ไม่ต้องกังวล คุณเปิดหน้าต่างได้ คุณย่าจะไล่ผู้แอบมองไป】
【13. คุณพ่อชอบดื่มเหล้า คุณพ่อที่ดื่มเหล้าจะพูดจาเพ้อเจ้อ ไม่ต้องสนใจ】
【14. ห้ามออกจากห้องนอนตั้งแต่เที่ยงคืนถึงแปดโมงเช้า หากคุณอยากเข้าห้องน้ำจริง ๆ จำไว้ว่าอย่าหันหลังกลับ】
【15. เข้าห้องน้ำตอนกลางคืนห้ามส่องกระจก】
【16. คนในบ้านมีกุญแจทุกคน อย่าเปิดประตูให้คนแปลกหน้า】
【17. อย่าให้คำมั่นสัญญาง่าย ๆ มันจะทำให้คนในบ้านคาดหวังในตัวคุณ จงจำไว้ บ้านคืออ้อมกอดที่อบอุ่น คนในบ้านจะรอคุณกลับมาตลอด】
วางกระดาษสองแผ่นที่เขียนกฎพิศวงไว้ด้วยกัน
ซูชิงอวี๋ชี้นิ้วไปที่กระดาษแผ่นที่สอง ถามซวงสี่ว่า “กระดาษแผ่นนี้ก็ถูกปนเปื้อนใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ นายหญิง”
ถูกปนเปื้อน แปลว่ากฎในกระดาษโน้ตส่วนหนึ่งเป็นของปลอม
คือสิ่งที่ “มัน” ใช้สร้างความสับสน หรือล่อให้คนเป็นตกลงไปในกับดักมรณะ
“เธอแยกออกไหม ว่าข้อไหนถูกปนเปื้อน”
ซวงสี่ค่อย ๆ ส่ายหน้า “ข้าแยกแยะกฎของสิ่งประหลาดสยองอื่นว่าจริงหรือเท็จไม่ได้ แต่ในกฎ ยิ่งเตือนให้นายหญิงอยู่ห่างชัดเจนเท่าไร ก็คือสิ่งที่มันยิ่งไม่อยากให้นายหญิงแตะต้อง”
“อย่างเช่น… แมวดำ…”
นั่นอาจเป็นเบาะแสสำคัญ!
กฎข้อที่เก้า เต็มไปด้วยความขัดแย้ง
【แมวดำรักคุณ บ้านนี้ไม่มีแมวดำ อย่าตามหาแมวดำ หากคุณเห็นแมวดำ โปรดฆ่ามัน ซากโยนถังขยะได้ คุณพ่อจะเอาขยะออกไป】
ตอนต้นบอกว่าแมวดำรักคุณ
ตอนหลังบอกว่าบ้านนี้ไม่มีแมวดำ แล้วยังบอกอีกว่าถ้าเห็นแมวดำต้องฆ่า แปลกมาก
ไม่มีแมวดำ แล้วจะฆ่าแมวดำได้ยังไง
【บ้านนี้ห้ามเลี้ยงสัตว์ คุณแม่รังเกียจสัตว์ โดยเฉพาะแมว】
กฎข้อที่สี่บอกว่าบ้านห้ามเลี้ยงสัตว์ แต่ไม่ได้หมายความว่าลูกสาวไม่ได้แอบเลี้ยง
เมื่อเชื่อมโยงกับหนังสือ “คู่มืออุปนิสัยการใช้ชีวิตของแมว” ในห้องนอนกับรูปในนั้น ก็ตัดสินได้ว่าลูกสาวเลี้ยงแมว
ในรูป แมวตัวนั้นเป็นแมวสีดำสนิท
แมวดำมีอยู่จริง จะดีหรือร้ายยังบอกไม่ได้
ซูชิงอวี๋หยิบ “คู่มืออุปนิสัยการใช้ชีวิตของแมว” ขึ้นมา มองเด็กสาวในรูป รอยยิ้มสดใส
โรงเรียนด้านหลังรูปคือ “โรงเรียนมัธยมฉี่หมิง”
ตามที่ในนิยาย “วันสิ้นโลกสยองขวัญมาเยือน” กล่าวไว้ การออกจากดันเจี้ยนยังต้องหาวิธีเคลียร์ด้วย
วิธีเคลียร์อยู่ที่ไหน
ซูชิงอวี๋ยังมีอีกสามห้องที่ยังไม่ได้ไป
คือห้องครัว ห้องระเบียง ห้องน้องชาย ห้องคุณพ่อคุณแม่
สามห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น
ซูชิงอวี๋ก็นึกจุดประหลาดขึ้นมาได้
มีแค่สามห้องนอน คุณย่าอยู่ไหน
ซูชิงอวี๋เดินออกจากห้อง คุณย่ายังนั่งหลับตาพักผ่อนอยู่บนระเบียง
ทันใดนั้นลูกบอลยางลูกเล็กก็กลิ้งมาจากด้านหลังของซูชิงอวี๋
“ลูกบอลกลม ๆ กลมป๊อก คุณแม่พาไปสวนสาธารณะ หนูไม่ร้อง หนูไม่งอแง คุณแม่ชมหนูเป็นเด็กดี…”
เด็กชายสวมหมวกเบสบอลคนหนึ่งโผล่มา
ลูกบอลกลิ้งไปหยุดที่เท้าคุณย่า
ใบหน้าเหี่ยวย่นของคุณย่ากระตุก จากร่องรอยเหี่ยวย่นมีหนอนขาวตัวเล็ก ๆ ไต่ออกมา เธอลืมตาขึ้น
เด็กชายคือคุณน้อง
น้องชายวิ่งไปเก็บลูกบอล
【คุณย่าต้องการพักผ่อน อย่ารบกวนเธอ】
【น้องชายซนมาก ถ้าน้องชายรบกวนคุณย่า อย่าลืมห้าม】
【ยามค่ำคืนงดงาม หากนอนไม่หลับ ไปที่ระเบียงคุยกับคุณย่าได้ หากรู้สึกว่ามีคนมองคุณจากนอกหน้าต่าง ไม่ต้องกังวล คุณเปิดหน้าต่างได้ คุณย่าจะไล่ผู้แอบมองไป】
กฎที่เกี่ยวข้องกับคุณย่ามีแค่สามข้อนี้
ซูชิงอวี๋สลักกฎทุกข้อไว้ในสมองอย่างแม่นยำ
ตอนนี้ เมื่อนึกถึงกฎที่นี่ สมองก็เริ่มหมุนเร็วจัด
ครึ่งวันเช้า เธอไม่ได้รบกวนคุณย่าเลยจริง ๆ
คุณย่านั่งอยู่ที่ระเบียงตลอด แค่เปลี่ยนตำแหน่งครั้งเดียว
น้องชายก็ไม่เคยโผล่มาเช่นกัน
แต่ตอนนี้ น้องชายโผล่มาแล้ว
จะห้ามไม่ให้เขาไปเก็บลูกบอลดีไหม
ประตูห้องนอนสีเทาปิดสนิท ซูชิงอวี๋ไม่เห็นเงาของคุณพ่อคุณแม่
ทีวีในห้องนั่งเล่นยังเปิดอยู่
หลังจากคุณย่าลืมตา สายตาก็จับอยู่ที่ทีวี
เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงชรา เชื่องช้าผิดปกติ “ปิด… ที… วี… เปลืองไฟ… ค่ก ๆ…”
ปากของคุณย่าว่างเปล่า ไม่มีฟัน ยิ่งไม่เห็นลิ้น
คุณย่าคนนี้ ไม่เหมือนมนุษย์ที่สุด!
ตอนน้องชายเก็บลูกบอล หนอนขาวบนหน้าคุณย่าหล่นลงบนหลังมือเขา เขาทำเหมือนไม่รู้สึก
ซูชิงอวี๋ใช้รีโมตปิดทีวี
เพราะกฎของ “บ้านแสนสุข” (บน) ก่อนเริ่มกฎเขียนว่า “เพื่อให้นักชีวิตธรรมดาดำเนินต่อไป…”
ไม่เปลืองไฟ เป็นพฤติกรรมปกติของสมาชิกครอบครัวทั่วไป
และนี่ไม่ถือเป็นการรบกวนคุณย่า
เมื่อปิดทีวี ทั้งห้องนั่งเล่นก็เงียบลง
คุณย่าดูเหมือนสูดลมหายใจยาว ยื่นมือที่เหมือนกิ่งไม้แห้งเข็นรถเข็น ขยับเชื่องช้าไปอีกตำแหน่ง
น้องชายกอดลูกบอลมามองคุณย่า “เล่นบอลด้วยกันไหม”
ยังไม่ทันที่คุณย่าจะพูด
น้องชายก็วิ่งกลับเข้าห้อง หอบของเล่นออกมากองหนึ่ง
ของเล่นกองนั้นเปื้อนเลือดสีน้ำตาล หลายชิ้นชำรุดสีซีด บิดเบี้ยว
เขาถามคุณย่าอีกว่า “เล่นต่อบล็อกด้วยกันไหม”
คุณย่าขอให้ปิดเสียงทีวี แสดงว่าคุณย่าคิดว่าเสียงทีวีรบกวน สอดคล้องกับลักษณะที่ต้องการพักผ่อน
แต่ในกฎยังมีข้อหนึ่งบอกว่า ถ้าตอนกลางคืนนอนไม่หลับ ไปคุยกับคุณย่าได้
คุณย่าต้องการพักผ่อน แล้วตอนกลางคืนจะไม่นอนได้ยังไง
น้องชายถามคุณย่าไม่หยุด แบบนี้ถือว่ารบกวนไหม ต้องห้ามหรือเปล่า
ถามไปสองคำถามแล้ว คุณย่าก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเป็นสิ่งน่ากลัว
ซูชิงอวี๋ตัดสินว่า การสนทนาปกติ ไม่ถือเป็นการรบกวน
เธอนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น
ทำน้อย สังเกตมาก ถึงจะเป็นทางที่ถูก
น้องชายเล่นต่อบล็อกพักหนึ่ง รู้สึกเบื่อมาก
ก็อุ้มลูกบอลของเขาขึ้นมาอีก
น้องชายพูดอีกว่า “คุณย่า เราเล่นบอลกันเถอะ”
คุณย่าไม่พูดอะไร
ตอนนี้น้องชายหยิบลูกบอลขึ้นมา ปาใส่คุณย่าอย่างแรง
ลูกบอลตกใส่หัวคุณย่า ใบหน้าเหี่ยวย่นของคุณย่าก็พองขึ้นเหมือนลูกบอลที่ถูกสูบลม!
หนอนขาวไหลออกจากรอยย่นบนหน้าคุณย่ามากขึ้น
พวกมันยั้วเยี้ย แทะกินของเล่นของน้องชาย
ซูชิงอวี๋รีบพูดห้าม “น้องชาย อย่ารบกวนคุณย่า!”
พร้อมกันนั้น เธอก็แย่งลูกบอลของน้องชายมา
น้องชายนั่งร้องไห้อยู่กับพื้น คุณย่าถูกเสียงกระตุ้น หัวพองใหญ่ขึ้นอีก
สิ่งที่ไหลจากเบ้าตาน้องชายไม่ใช่น้ำตา แต่เป็นเลือด เขาร้องตะโกน “พี่สาวใจร้าย! เอาลูกบอลคืนมา! คืนมาเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นฉันจะเอาหัวพี่มาทำลูกบอล!”