ฝนกระหน่ำต่อเนื่องมาสามวันแล้ว ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ซูชิงอวี๋ยืนอยู่ตรงประตู สวมผ้าคลุมสีชมพู มือหนึ่งจับราวไม้พลางมองสายลมและฝนที่พัดกวาดอยู่ด้านนอก
ดวงตาของเธอลุ่มลึก
สายลมและฝนภายนอกไม่อาจรบกวนจิตใจอันสงบนิ่งของเธอได้
ในมือเธอถือเข็มทิศดาวนำทาง
เข็มที่มีสัญลักษณ์รูปดาวชี้ไปทางทิศตะวันออก
ทิศนั้นคือจุดหมาย
ซูชิงอวี๋พบว่าเมื่อสวมผ้าคลุมสีชมพู โยวโยวก็ไม่ตามติดเธออีก อวี้ลั่วเองก็จะมองข้ามเธอ สิ่งประหลาดสยองเหล่านั้นราวกับมองไม่เห็นเธอ ต่างคนต่างทำธุระของตน ราวกับเธอเป็นอากาศธาตุ
ผ้าคลุมนี้เป็นของประหลาดสยอง
มันทำให้สิ่งประหลาดสยองมองข้ามการมีอยู่ของเธอได้
ภายในบ้านมีไฟจากฟืนลุกโชน แสงสีส้มแผ่ไออุ่นออกมา
เย่ซือซือดูสดใสมีชีวิตชีวา
ปกติซูชิงอวี๋พักผ่อนไม่เพียงพอ พอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้วยังตากฝน ตกกลางคืนวันนั้นก็ป่วยทันที
ส่วนเย่ซือซือเป็นหญิงตั้งครรภ์ หลังตากฝนแล้วยังดูแลซูชิงอวี๋ทั้งคืน แต่เพียงนอนพักคืนเดียวก็ฟื้นตัวแล้ว
ท้องของเธอใหญ่ขึ้นทุกวัน
เย่ซือซือเบื่ออาหารมาก แซนด์วิชที่ซูชิงอวี๋ให้กิน เธอใช้เวลาถึงสองวันกว่าจะกินหมด
ที่น่าแปลกคือใบหน้าของเย่ซือซือเปล่งปลั่ง ไม่เหมือนคนขาดสารอาหารเลยสักนิด
ซูชิงอวี๋มองท้องที่กำลังขยับของเธอ ก่อนอดถามไม่ได้ว่า “ตั้งครรภ์มากี่เดือนแล้ว?”
เย่ซือซือเงยหน้าขึ้น “สี่เดือน”
ท้องสี่เดือนจะใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ?
ดูเหมือนท้องแปดเดือนมากกว่า
“แฝดหรือเปล่า?”
“ไม่รู้สิ เธอก็รู้นี่ ยุคนี้ไม่มีโรงพยาบาลให้ตรวจ” เย่ซือซือพิงอยู่บนเตียง เพราะตั้งครรภ์ ใบหน้าจึงอวบขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ร่างของเธอแผ่รัศมีแห่งความเป็นแม่ออกมาอย่างอ่อนโยน มือค่อย ๆ ลูบท้องของตน
