ไป๋ฮั่วมีเรือนผมสีเงินดุจหิมะ นัยน์ตาสีเทาเผยความสงบนิ่ง
สายตาของเขากวาดผ่านอู๋ฉิวที่แผ่เจตนาร้ายอยู่ตรงหน้า ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างจนใจ ท่ามกลางรอยยิ้มที่ค่อย ๆ กว้างขึ้นตรงมุมปากของอู๋ฉิว
ซูชิงอวี๋เอียงศีรษะเล็กน้อย มองไป๋ฮั่วด้วยสีหน้าฉงนสงสัย
ตอนเดินผ่านซูชิงอวี๋ ไป๋ฮั่วกระซิบว่า “ข้าไม่มีทางเลือก”
เป็นข้อจำกัดจากกฎ
“ถ้าอย่างนั้นก็ระวังตัวด้วย” ซูชิงอวี๋ทำได้เพียงมองส่งเขาจากไป
ในดันเจียนนี้ ไป๋ฮั่วกับซูชิงอวี๋มีสถานะต่างกัน เส้นทางที่ต้องเดินก็ไม่เหมือนกัน
ไป๋ฮั่วตามอู๋ฉิวออกไป
ส่วนซูชิงอวี๋อยู่ต่อในห้องทดลองแห่งนี้
เธอไม่ใช่นักวิจัยตัวจริง จึงไม่รู้ว่าควรเริ่มงานอย่างไร
เธอมองขวดโหลสารพัดชนิดบนโต๊ะ รวมถึงเอกสารหลากหลายไฟล์ในคอมพิวเตอร์
ซูชิงอวี๋เริ่มปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย
เธอต้องการคำชี้แนะ
เธอค้นห้องทดลองจนทั่ว
พยายามหลีกเลี่ยงของเหลวที่ไม่รู้จักพวกนั้น
ตู้ส่วนใหญ่ถูกล็อกไว้
บนโต๊ะทดลองมีแต่อุปกรณ์ที่ใช้กันทั่วไป
ความผิดปกติที่เด่นที่สุดในห้องนี้ คือประตูเหล็กบานนั้นที่เปิดไม่ออก
ขณะนั้น เสียงรองเท้าส้นสูงดังมาจากทางเดินด้านนอก
“กึก... กึก... กึก...”
เสียงนั้นราวกับเหยียบลงบนหัวใจของซูชิงอวี๋
เธอมองไปทางประตูห้องทดลองอย่างระแวดระวัง
พนักงานหญิงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงนั้น
เธอสวมชุดทำงาน เสื้อเชิ้ตสีขาวกับเสื้อคลุมสีดำ จับคู่กับกระโปรงสั้นสีดำที่ตัดเย็บอย่างเหมาะเจาะ ยิ่งขับให้ดูเป็นมืออาชีพและมั่นใจ
เรือนผมนุ่มสลวยพาดอยู่บนอกด้านซ้าย เผยให้เห็นลำคอขาวผ่องเรียวยาว
ยิ้มโดยไม่เห็นฟัน
