“ฉันเป็นญาติ ญาติไม่จำเป็นต้องสวมชุดทำงาน” ซูชิงอวี๋แกว่งป้ายประจำตัวในมือ “เหวินเสวี่ยฉา พวกเรามีสถานะไม่เหมือนกัน กฎที่เกี่ยวข้องก็น่าจะแตกต่างกันด้วย”
ถึงอย่างนั้น ซูชิงอวี๋ก็รู้ดีว่า ตลอดทางที่ผ่านมาเธอไม่เคยเห็นญาติคนไหนในบ้านพักคนชรา การไม่มีชุดทำงานไม่ได้หมายความว่าญาติจะไม่มีเครื่องแต่งกายเฉพาะของตัวเอง
ข้อเสียของสถานะนี้คือจนถึงตอนนี้เธอยังไม่เห็นตัวอย่างให้เทียบเคียง
“ดีจังนะ ไม่เหมือนกัน” เหวินเสวี่ยฉาพึมพำอย่างครุ่นคิด เมื่อสบตากับซูชิงอวี๋ แววตาก็เจือความนัยที่ชวนให้ขบคิดขึ้นมาหลายส่วน
ญาติกับเจ้าหน้าที่เป็นคนละสายกัน
นั่นหมายความว่าอาจมีจุดยืนและมุมมองที่แตกต่างกันสองแบบ
จากเหตุการณ์อาสาสมัครสองคนก็เห็นได้ว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่ด้วยกันมีการแข่งขันกันอยู่เป็นส่วนใหญ่
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เหวินเสวี่ยฉาก็เริ่มคิดคำนวณอะไรบางอย่างในใจ
จู่อวี้ได้ชุดพยาบาลมาเพราะซูชิงอวี๋ช่วย เธอจึงรู้สึกซาบซึ้งใจซูชิงอวี๋มากขึ้น แล้วถามว่า “ก่อนหน้านี้ฉันสงสัยอยู่เรื่องหนึ่ง นั่นคือทำไมกฎของรปภ.ถึงไปอยู่ในกระเป๋าเสื้อพยาบาล?”
ซูชิงอวี๋ตอบตามตรง “ฉันก็ไม่รู้สาเหตุ ต้องให้แจ็กสันไปสืบดู จากท่าทีของรปภ.เห็นได้ว่าเขาชอบพยาบาลมากกว่า เกลียดอาสาสมัคร ส่วนญาตินั้นไม่ได้ชอบหรือเกลียดเป็นพิเศษ เพียงแต่แสดงท่าทีประหลาดใจมากกว่า”
จู่อวี้นึกถึงปฏิกิริยาของรปภ.ในตอนนั้น ก็เป็นอย่างที่ว่า เธอหันไปมองแจ็กสันอีกครั้ง “ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้ฝากนายด้วย”
