ซูชิงอวี๋รู้สึกหนาววาบไปทั้งแผ่นหลัง
เธอใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพหน้าจอกล้องวงจรปิด แล้วส่งภาพเข้าไปในกลุ่ม ให้จู่อวี้กับเหวินเสวี่ยฉาคอยระวังเงามืดเหล่านั้นด้วยตัวเอง
ทว่าในภาพกลับถ่ายเงามืดเหล่านั้นไม่ติด ใบหน้าของเหวินเสวี่ยฉากับจู่อวี้ที่ถ่ายออกมาก็พร่ามัวเช่นกัน
ห้องใต้ดิน
จู่อวี้กำลังช่วยเหวินเสวี่ยฉาขนของขึ้นรถ
รถตู้สีขาวคันนี้ปรากฏขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จู่อวี้จำไม่ได้ว่าห้องใต้ดินมีทางให้รถเข้ามาได้ด้วย
ส่วนเหวินเสวี่ยฉาก็ขนของไปพลาง นับของไปพลาง
กฎกำหนดเนื้อหางานของเธอเอาไว้
การขนของขึ้นรถให้ถูกต้องส่งผลโดยตรงต่อการประเมินผลงานอาสาสมัครของเหวินเสวี่ยฉา
ระหว่างขนย้ายของ จู่อวี้กับเหวินเสวี่ยฉาต่างรู้สึกเหมือนกันว่า ในความมืดมีใครบางคนกำลังมองพวกเธออยู่
ความรู้สึกว่าถูกจ้องมองไม่ยอมจางหายไป
ณ ห้องรปภ.ชั้นหนึ่ง ซูชิงอวี๋ปรับภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องใต้ดินให้กลับไปเป็นหน้าต่างเล็ก
ความรู้สึกแบบนั้นของจู่อวี้กับเหวินเสวี่ยฉาจึงหายไป
ซูชิงอวี๋ตกลงกับรปภ.ว่าจะยืมเครื่องแบบรปภ.เป็นเวลาสามชั่วโมง ตอนนี้เธอต้องนำเครื่องแบบไปคืน
เมื่อกลับถึงชั้นสามของหอพัก รปภ.ที่ศีรษะบวมเป่งก็ยืนรอซูชิงอวี๋อยู่ตรงทางเดิน
รปภ.คนนั้นรับเครื่องแบบคืนไป จากนั้นก็ยกเสื้อคลุมขึ้นจ่อใต้จมูก สูดกลิ่นแรง ๆ แล้วอ้าปาก ดวงตาฉายแววละโมบ
«ฉันได้ยินคนชราคนหนึ่งในบ้านพักคนชราบอกว่า คุณช่วยเขาตามหาหมากที่หายไปเจอ... คัก ๆ ๆ... เขาเขียนจดหมายชมเชยคุณ ไปชมคุณต่อหน้าผู้อำนวยการ แถมยังจะเสนอชื่อคุณเข้ารับการประเมินผลงานด้วย
