เสียงร้องไห้ของหลิวม่านชะงักไป เธอเงยหน้ามองเฉาเจี้ยนกั๋วอย่างไม่อยากเชื่อ ชายตรงหน้าราวกับเป็นคนละคนกับที่เธอเคยรู้จัก ริมฝีปากสั่นระริกขณะเอ่ยถาม
“พี่เฉา ทำไมถึงคิดกับฉันแบบนี้ล่ะ!”
เฉาเจี้ยนกั๋วเองก็รู้ตัวว่าพลั้งปากไป แต่หลิวม่านช่วยอะไรเขาไม่ได้ เขาจึงไม่มีอารมณ์จะเล่นละครกับเธออีก
เฉาเจี้ยนกั๋วแค่นเสียงเย็นชาอย่างแรง
“เธอก็หมายความแบบนั้นไม่ใช่หรือไง! ทำมาเป็นรักลึกซึ้งไปได้! ผู้หญิงอย่างพวกเธอก็เหมือนกันหมด เห็นคนมีอำนาจก็ประจบ เห็นคนตกอับก็เหยียบซ้ำ พอฉันตกต่ำชั่วคราว พวกเธอก็พากันดูถูกฉัน!”
“ของพวกนั้นกับเงิน เธอเป็นคนเต็มใจเอาไปให้เองทั้งนั้น ของถูกหลินพันตี้เอาไปหมดแล้ว ถ้าอยากได้ก็ไปทวงจากเธอสิ! ฉันไม่มี!”
พูดจบ เฉาเจี้ยนกั๋วก็หันหลังเดินจากไป ไม่แม้แต่จะเหลียวมองหลิวม่านที่ยืนนิ่งตะลึงอยู่ตรงนั้นอีก
วันนี้ถึงเวรหลี่หยวนหยวนกับหลิวม่านทำอาหาร
หลี่หยวนหยวนเพิ่งกลับจากแปลงผักส่วนตัวของจุดพักเยาวชนที่มีการศึกษา พอเดินผ่านกระท่อมหลังเล็กของหลิวม่าน เห็นอีกฝ่ายยืนเหม่ออย่างคนเสียขวัญและหมดอาลัยตายอยาก ก็อดเอ่ยปากไม่ได้
“มายืนเล่นเป็นหินเฝ้ารอสามีอยู่ตรงนี้หรือไง? แต่ผู้ชายคนนั้นก็ไม่ใช่สามีเธอสักหน่อย!”
“ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเธอชอบคนแบบนี้ตรงไหน?”
“อย่าคิดอู้งานให้ฉันทำกับข้าวคนเดียวสิ! ฉันเป็นคนเก็บผัก ฉันเป็นคนหุงข้าว เธอจะไม่ทำอะไรเลยสักอย่างไม่ได้! ไปผัดกับข้าวเลย!”
หลี่หยวนหยวนยัดตะกร้าผักใส่มือหลิวม่าน แล้วเดินกลับเข้าบ้านไปอย่างฉับไว ไม่มีทีท่าว่าจะไปช่วยในครัวเลย
หลิวม่านเม้มปาก ยกมือเช็ดน้ำตา ก่อนจะเดินไปที่ครัวด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจและเจ็บช้ำเต็มอก
