ลู่เย่ห้ามหลินเสี่ยวเสี่ยวไม่ให้ไปเปิดประตู ก่อนเช็ดมือที่เปียกน้ำกับผ้ากันเปื้อนแล้วรีบไปเปิดประตูเอง
เมื่อเห็นหัวหน้ากองผลิต เฉาเจี้ยนกั๋ว และคนที่มามุงดูอยู่ด้านนอก ลู่เย่ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนมองหัวหน้ากองผลิตที่สีหน้าไม่ค่อยดีนัก
“มีธุระอะไรหรือครับ หัวหน้ากองผลิต?”
หัวหน้ากองผลิตเหลือบมองเฉาเจี้ยนกั๋วแวบหนึ่ง ก่อนพูดเสียงเย็นชา
“พูดเองสิ!”
หลินเสี่ยวเสี่ยวเห็นท่าไม่ดี จึงเดินมาที่หน้าประตูด้วย
ลู่เย่โอบประคองหลินเสี่ยวเสี่ยวไว้ครึ่งตัว ให้เธอพิงเขา จะได้ยืนได้ไม่ลำบากนัก
จากนั้นจึงหันไปมองเฉาเจี้ยนกั๋วด้วยสายตาคมกริบ
เมื่อเฉาเจี้ยนกั๋วเห็นลู่เย่มีภรรยาสาวอยู่ในอ้อมแขน สีหน้ามีความสุขเช่นนั้น ในใจก็ทั้งอิจฉาและเคียดแค้น
คนที่ควรยืนอยู่ข้างหลินเสี่ยวเสี่ยวแต่แรกคือเขาต่างหาก ทั้งหมดเป็นเพราะลู่เย่แย่งเธอไป!
พอคิดว่าถ้าทำให้เสือตัวนั้นถูกไล่ไปได้ก็จะทำให้ลู่เย่เดือดร้อน เฉาเจี้ยนกั๋วก็ไม่กลัวสายตาเย็นชาของอีกฝ่ายอีกต่อไป เขาพูดอย่างมั่นใจเต็มที่ว่า
“ลู่เย่ เสือของคุณแย่งเหยื่อที่ผมล่ามา แถมยังทำให้ผมบาดเจ็บด้วย!”
“คุณต้องคืนเหยื่อให้ผม แล้วก็ไล่เสือตัวนั้นไปด้วย!”
หลินเสี่ยวเสี่ยวกับลู่เย่ฟังแล้วอดหัวเราะไม่ได้ ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเจ้าขี้แพ้อย่างเฉาเจี้ยนกั๋วจะล่าเหยื่อได้หรือเปล่า ต่อให้ล่าได้จริง ตุนตุนจะลดตัวไปแย่งเหยื่อของเขาหรือไง?
รู้ว่าลู่เย่ไม่ถนัดต่อปากต่อคำ หลินเสี่ยวเสี่ยวจึงเป็นฝ่ายเอ่ยประชดถามกลับ
“คุณบอกว่าตุนตุนที่บ้านฉันแย่งเหยื่อของคุณ แล้วแปลว่ามันแย่งจริง ๆ งั้นเหรอ? มีใครเห็นไหมว่าแย่งเหยื่ออะไรไป? ตัวใหญ่แค่ไหน? มีหลักฐานหรือเปล่า?”
