ผู้คนพากันหันไปมองตามเสียงที่ดังขึ้น
เห็นรถจี๊ปทหารหลายคันจอดอยู่หน้าประตูโรงเรียนตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ ส่วนคนที่พูดคือหญิงชราผู้เปี่ยมด้วยบารมีและสง่างาม ซึ่งเพิ่งลงมาจากรถคันแรก
หญิงชราไม่สนใจสายตาของคนอื่น สายตาจับจ้องไปยังหลินเสี่ยวเสี่ยวอย่างแม่นยำ
ดวงตาของนางแดงก่ำ เพียงมองแวบเดียวก็จำได้ทันทีว่านี่คือหลานสาวคนเล็กของตน
หญิงชรารีบร้อนก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว อยากเข้าไปดูหลานสาวให้ชัด ๆ
แต่พอหลินเจินเจินเห็นว่าเป็นหญิงชรา สีหน้าก็เปี่ยมไปด้วยความยินดีทันที
หลินเจินเจินคิดว่าคนคอยหนุนหลังของตนมาถึงแล้ว จึงวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปขวางทางหญิงชรา พลางพูดอย่างตื่นเต้นว่า
“คุณย่า! คุณย่ามาช่วยเจินเจินใช่ไหมคะ?”
“คุณย่า! ยัยบ้านนอกหลินเสี่ยวเสี่ยวกับเฉินเป่ากั๋วพิการคนนั้นร่วมมือกันรังแกหนู! คุณย่าต้องให้ความเป็นธรรมกับหนูนะคะ!”
พูดจบ หลินเจินเจินยังคิดจะคล้องแขนหญิงชราแล้วออดอ้อน
หญิงชราปัดมือของเธอออกอย่างไม่ไว้หน้า แรงจนหลินเจินเจินเซถอยหลังไปสี่ห้าก้าวกว่าจะยืนได้มั่นคง
หลินเจินเจินมีสีหน้าตกตะลึง แม้จะรู้ว่าคุณย่าคนนี้ไม่ชอบครอบครัวของตน แต่ที่ผ่านมาอีกฝ่ายก็ไม่เคยลงมือใส่เธออย่างไม่ไว้หน้าขนาดนี้!
เธอทั้งอับอายทั้งโมโห จึงถามเสียงแข็งว่า “คุณย่า! ทำอะไรคะ!”
หญิงชราเหลือบมองเธออย่างรังเกียจ ก่อนแค่นเสียงเย็นชา
“ใครเป็นคุณย่าของเธอ! แล้วขาของเป่ากั๋วก็เสียไปเพราะปกป้องบ้านเมือง เธอมันเศษสวะ มีสิทธิ์อะไรมาดูถูกเขา! หลบไป ขวางทางฉันอยู่!”
ด่าจบ หญิงชราก็ไม่สนใจหลินเจินเจินที่ยืนแข็งค้าง หันหน้าไปหาราวกับเปลี่ยนคน สีหน้าปรากฏรอยยิ้มเปี่ยมเมตตา จากนั้นเดินตรงมาหาหลินเสี่ยวเสี่ยว คว้ามือน้อย ๆ ของเธอไว้ ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา
