หลังเขาของสำนักมรรคา!!
เยี่ยเซียวและกู้หมิงเยว่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กัน อยู่หน้าผนังหินโบราณก้อนหนึ่ง
ในเวลานี้ พวกเขาเห็นว่าผนังหินก้อนนี้กลับมีสีม่วงอันลึกลับ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาเต๋าอย่างเงียบสงบ ผ่านลมและแสงแดดกัดเซาะ เต็มไปด้วยร่องรอยของกาลเวลา
“นี่คือกำแพงศักดิ์สิทธิ์แห่งมหามรรคารึ?”
เยี่ยเซียวขมวดคิ้วเล็กน้อย ในแววตาลึกมีแววประหลาดใจซ่อนอยู่เล็กน้อย
ว่ากันว่าผนังหินก้อนนี้คือแท่นเซียนที่แตกสลายเมื่อบรรพชนเต๋าเลื่อนขั้นเป็นเซียน เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชิ้นสุดท้ายที่ตกค้างในโลกมนุษย์ ได้รับพลังเซียนจากฟ้าเก้าชั้นเพียงเส้นหนึ่ง จึงสามารถเข้าใจสังสารวัฏและกฎแห่งเซียนมรรคาได้
ตั้งแต่แรกเริ่ม เยี่ยเซียวรู้สึกว่าการมีอยู่ของกำแพงนี้ไม่สมเหตุสมผล
ถ้ามันสามารถเข้าใจเซียนมรรคาและมองทะลุสังสารวัฏได้จริง ทำไมสำนักมรรคาจึงยอมมอบสิ่งศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ให้เหล่ายอดอัจฉริยะแห่งรัฐศักดิ์สิทธิ์มาฝึกฝน?
เจ้าควรเชื่อว่า เมื่อใดที่โอกาสบางอย่างหยิบยื่นให้ได้โดยง่าย นั่นแสดงว่าเจ้ากลายเป็นโอกาสนั้นแล้ว
“เยี่ยเซียว…”
ทันใดนั้นกู้หมิงเยว่ก็หันมามองเยี่ยเซียว ดวงตากลมโตสั่นไหว ดูเหมือนจะลังเลอยู่บ้าง
ก่อนหน้านี้ นางต้องการใช้กำแพงหินนี้มองทะลุตัวจริงของเยี่ยเซียวมาโดยตลอด
แต่ในเวลานี้นางกลับพบว่า เมื่อถึงจุดนี้จริงๆ กลับรู้สึกสับสน
ถ้าเยี่ยเซียวแสร้งทำเป็นแบบนั้น อย่างแรกไม่ต้องพูดว่านางจะใจแข็งสังหารเขาได้หรือไม่ เพียงด้วยพลังของนางในตอนนี้ก็ไม่มีทางทำได้เลย
แต่ถ้าเยี่ยเซียวไม่ได้ฝึกมารโดยตั้งใจ แต่ถูกพลังมารกัดกินเพราะต้องการช่วยนาง แล้วความเกลียดชังหลายปีของนางจะหมายความว่าอะไร?
