ซุ่ยซุ่ยหยิบการ์ดเชิญอันประณีตขึ้นมา ดวงตาคู่สวยกลอกไปมา ก่อนจะคิดแผนออก
ตกกลางคืน เด็กน้อยทั้งสามก็เริ่มวางแผนลับกัน
ซุ่ยซุ่ยยกมือขึ้นพูดก่อน “ถ้ามามี้ไม่ไป พวกเราไปเอง ตอนนั้นคุณพ่อใจร้ายจัดงานวันเกิดให้อาหญิงใจร้าย มามี้เพิ่งเสียคุณยายไปก็เลยเจ็บปวดจนหมดอาลัยตายอยาก ตอนนี้อาหญิงใจร้ายจงใจมาอวด พวกเราต้องแก้แค้นให้มามี้”
“เฉินเฉินเห็นด้วย พี่ชายล่ะ?”
เด็กน้อยทั้งสองหันไปมองเหนียนเหนียน ผู้เฉลียวฉลาดและสุขุมที่สุด
เหนียนเหนียนทำหน้าจริงจัง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งท่ามกลางสายตากังวลของน้องทั้งสอง ก่อนจะพยักหน้า “ได้ อีกสองวันถึงวันงาน เรามาวางแผนกัน ทำให้การแสดงดอกไม้ไฟครั้งนี้กลายเป็นเรื่องน่าขายหน้าของพวกเขาสองคน”
ซุ่ยซุ่ยเม้มปาก “แต่มามี้ต้องไม่ยอมให้พวกเราไปแน่ ถ้ามามี้รู้เข้า บางทีอาจจะโกรธด้วย”
เฉินเฉินตบไหล่ซุ่ยซุ่ย “ซุ่ยซุ่ยจอมทึ่ม พวกเราก็แอบทำกันสิ”
“แต่พวกเราสัญญากับมามี้แล้วว่าจะเป็นเด็กดี เชื่อฟังคำพูด” ซุ่ยซุ่ยลังเลอยู่บ้าง แต่ก็แค่ชั่ววินาที เด็กหญิงกำหมัดเล็ก ๆ แล้วพูดว่า “คราวนี้ซนเป็นครั้งสุดท้าย คงไม่เป็นไรหรอก”
……
เช้าวันถัดมา เซี่ยหนานจือพาเด็กทั้งสามไปดูโรงเรียน
หลังเซี่ยหนานจือกับลู่จวิ้นเซินหย่ากัน ทั้งคู่ต้องผ่านช่วงเวลาทบทวนการหย่าร้าง 30 วัน เรื่องหย่าอย่างเร็วก็ต้องใช้เวลาหนึ่งเดือน ส่วนจะยืดเยื้อไปนานแค่ไหนก็ยังไม่รู้
เธอวางแผนจะหาโรงเรียนให้เด็กทั้งสามเข้าเรียนไปก่อน ไม่อย่างนั้นพอเมิ่งชูกลับไป เธอต้องเลี้ยงลูกสามคนตามลำพังและยังต้องทำงาน คงจัดการไม่ไหว
เธอค้นข้อมูลโรงเรียนทางอินเทอร์เน็ตเมื่อคืน ดูแล้วก็ไม่เลว
เมื่อไปถึงโรงเรียนและสอบถามรายละเอียดแล้ว เด็กทั้งสามก็ตกลงว่าจะมาเรียนที่นี่
จัดการเรื่องเข้าเรียนเรียบร้อย ทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่น
พรุ่งนี้ก็จะเริ่มเรียนแล้ว วันนี้เด็กทั้งสามดูเหมือนมีธุระยุ่งมาก รีบร้อนอยากกลับบ้าน เซี่ยหนานจือไม่รู้เลยว่าพวกเขากำลังยุ่งอะไร
