“พี่ลูกพี่ลัง คราวนี้ที่ผมกลับมา มีเรื่องอยากขอให้พี่ช่วยครับ”
“เรื่องอะไร?”
“ผมจะลงทุนทำโครงการในประเทศ ต้องการคนที่ไว้ใจได้สักคนช่วยดูแลให้ครับ”
“แต่ฉันไม่มีเส้นสายแล้ว” เจียงหยางพูดขัด เขามั่นใจในเรื่องนี้
ตู้เจ๋อมองเขา
ใบหน้าด้านข้างของเจียงหยางสะท้อนอยู่บนกระจกรถ ซ้อนทับกับแนวเส้นขอบฟ้าของเมืองด้านนอก
หางตาของเขามีริ้วรอย หน้าผากก็มีรอยย่น ริ้วรอยเหล่านี้ปรากฏเร็วเกินไปสำหรับคนที่เพิ่งอายุสามสิบต้น ๆ
“ผมไม่ใช่เส้นสายของพี่หรือไงครับ?” ตู้เจ๋อพูด
เจียงหยางไม่พูดอะไร เขาหันหน้าไปมองนอกหน้าต่าง
……
ห้องประชุมศาลาว่าการมณฑล หลิวฉางเซิงรออยู่ด้านในแล้ว
เขาอายุราวหกสิบ ผมขาวปนเทา สวมสูทสีเข้ม ยืนตัวตรง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มแบบทางการตามมาตรฐาน
แววตาคมกริบซึ่งผ่านการตกตะกอนจากการเผชิญคลื่นลมมานับไม่ถ้วน
“คุณตู้ ยินดีต้อนรับ ยินดีต้อนรับ” หลิวฉางเซิงยื่นมือออกมา แรงจับพอดี จังหวะพอดี ทุกอย่างล้วนพอเหมาะพอดี
“ผู้ว่าหลิว ขอบคุณที่สละเวลาอันมีค่าในช่วงที่งานยุ่งนะครับ”
ทั้งสองนั่งลงคนละฝั่งของโต๊ะประชุม รองผู้ว่ามณฑลนั่งข้างหลิวฉางเซิง ส่วนฝั่งตู้เจ๋อมีที่ปรึกษาการลงทุนอันดับหนึ่งของเขา เป็นสาวผมทองตาสีฟ้าจบเอ็มบีเอจากฮาร์วาร์ด ชื่อซาร่าห์
เจียงหยางนั่งอยู่บนเก้าอี้ชิดผนังด้านหลังตู้เจ๋อ
เขาไม่ควรปรากฏตัวในสถานการณ์เช่นนี้ แต่ตู้เจ๋อยืนกรานให้เขาอยู่ต่อ
ตู้เจ๋อเข้าเรื่องทันที “ผู้ว่าหลิวครับ คราวนี้ผมเป็นตัวแทนของแบล็กร็อก รวมถึงโกลด์แมนแซคส์ เจพีมอร์แกน แวนการ์ด และกลุ่มทุนเทมาเส็ก
เงินลงทุนงวดแรกมีมูลค่าอย่างน้อยห้าหมื่นล้านดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของโครงการ ไม่มีเพดานจำกัด ทิศทางหลักคือโครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ พลังงานใหม่ และบริการทางการเงิน”
ดวงตาของหลิวฉางเซิงเป็นประกายวูบหนึ่ง แต่ก็กลับมาสงบนิ่งอย่างรวดเร็ว
“คุณตู้ มณฑลฮั่นตงยินดีต้อนรับการลงทุนทุกรูปแบบที่มาด้วยความจริงใจ ทางมณฑลจะจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อให้บริการโครงการของคุณอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ต้นจนจบ”
