พอได้ยินคำสองคำนี้ ผู้อำนวยการสวี่ก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
กู้หลินพูดต่อว่า
“ตอนผ่าตัดฉุกเฉิน ผมเป็นคนเสนอให้ประเมินจุดที่เลือดออก แต่จะจัดการได้ไหมและจัดการอย่างไร เป็นผู้อำนวยการหลินที่ตัดสินใจครับ”
“ในเคสของโจวหมิงหย่วน ผมเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นการฟื้นตัวที่ผิดปกติ แต่การรักษาหลังจากนั้น ทีมสหสาขาวิชาชีพเป็นผู้หารือร่วมกันครับ”
“ส่วนการผ่าตัดสร้างผนังทรวงอกและช่องท้องขึ้นใหม่ ผมเป็นคนเสนอความเสี่ยงจากแรงตึง แต่การปรับวิธีผ่าตัดเป็นการตัดสินใจร่วมกันของผู้อำนวยการหลินกับผู้อำนวยการจี้ครับ”
เขาเงยหน้ามองผู้อำนวยการสวี่
“ไม่ว่าผมจะเสนอการประเมินอะไร ก่อนลงมือจริงก็ต้องผ่านการยืนยันจากแพทย์อาวุโสก่อนครับ”
ผู้อำนวยการสวี่เงียบไปครู่หนึ่ง คำตอบนี้ยังคงสุขุมเหมือนเดิม ไม่ได้ยกความดีความชอบทั้งหมดให้คนอื่น และไม่ได้พยายามวางตัวเองในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม
ผู้อำนวยการสวี่มองเขา แววตาคมกริบอ่อนลงเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยผ่านทั้งหมด
“งั้นฉันขอถามอีกข้อ”
“ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีหลินหานชวนอยู่ข้าง ๆ นาย นายยังกล้าประเมินแบบเดิมไหม?”
ซ่งเจ๋อมองกู้หลินอย่างไม่ค่อยสบายใจ คำถามนี้ตอบยาก
ถ้าตอบว่ากล้า ก็จะถูกมองว่าเด็กหนุ่มเลือดร้อน
ถ้าตอบว่าไม่กล้า ก็เท่ากับยอมรับว่าการประเมินของตัวเองต้องอาศัยการรับรองจากผู้บังคับบัญชา
กู้หลินวางนิ้วลงบนขอบเอกสารเบา ๆ อากาศในห้องประชุมตึงเครียดขึ้นราวกับถูกดึงให้แน่น ผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงเอ่ยขึ้น
“ผมกล้าเสนอครับ แต่จะไม่ลงมือเองโดยพลการ”
แววตาของผู้อำนวยการสวี่ไหววูบ
น้ำเสียงของกู้หลินสงบนิ่ง
“การประเมินทางคลินิกกับการตัดสินใจรักษา ไม่ใช่เรื่องเดียวกันครับ”
“ผมเสนอความเสี่ยงตามหลักฐานได้ แต่จะลงมือหรือไม่ และลงมืออย่างไร ต้องพิจารณาจากอาการของคนไข้ ความสามารถของทีม และการประเมินของแพทย์อาวุโสครับ”
