หลังจากกู้หลินส่งข้อสอบ เขาก็ผลักประตูเดินออกไป ด้านนอกมีเจ้าหน้าที่คอยนำทาง
“เชิญไปยังพื้นที่สังเกตการณ์หลังสอบครับ”
กู้หลินพยักหน้า เดินตามเจ้าหน้าที่ไปตามทางเดิน
พอผลักประตูเข้าไป ก็เห็นคนสิบกว่าคนนั่งอยู่ข้างในแล้ว
บางคนเหม่อมองพื้นด้วยแววตาว่างเปล่า บางคนกุมหัวเงียบกริบ ส่วนบางคนก็พึมพำเบา ๆ ทบทวนสิ่งที่ตัวเองเพิ่งทำซ้ำไปซ้ำมา
อากาศอบอวลไปด้วยความอ่อนล้าหลังการสอบที่มีเฉพาะช่วงเวลาแบบนี้
ทันทีที่กู้หลินเข้าไป หลายคนก็เงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว พอเห็นว่าเป็นใคร ต่างก็หลบสายตาไปเงียบ ๆ
ที่หนึ่งภาคทฤษฎี แถมเมื่อครู่ยังทำเคสจำลองได้เร็วมาก ที่สำคัญ คำตอบของเขาไม่เหมือนกับคนอื่น
กู้หลินไม่ได้สนใจสายตาเหล่านั้น เขาเลือกที่นั่งด้านหลังแบบส่ง ๆ แล้วนั่งลง หน้าจอขนาดใหญ่ตรงหน้ากำลังถ่ายทอดภาพในห้องสอบแบบเรียลไทม์
ผู้เข้าสอบกลุ่มถัดไปเริ่มแล้ว
ไม่นานก็มีคนจำหนึ่งในนั้นได้
“คนนี้เหมือนจ้าวเฉินจากแผนกโรคระบบทางเดินหายใจนะ”
“คนที่ได้ที่สามภาคทฤษฎีเหรอ?”
“ใช่”
ในจอ จ้าวเฉินกำลังซักประวัติผู้ป่วย ช่วงแรกทุกอย่างยังราบรื่นดี
แต่พอเห็นผลอัลตราซาวนด์แจ้งว่าไส้ติ่งโตขึ้น ทิศทางการวินิจฉัยของเขาก็เริ่มออกนอกลู่นอกทางอย่างเห็นได้ชัด เหมือนกำลังมุ่งไปทางไส้ติ่งอักเสบ
ในพื้นที่สังเกตการณ์ มีคนแอบยกมือปิดหน้าแล้ว
“จบแล้ว เขาติดกับแล้ว”
เป็นอย่างที่คิด ผ่านไปห้านาที จ้าวเฉินก็ส่งผลวินิจฉัยว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน
เสียงถอนหายใจดังระงมไปทั่วพื้นที่สังเกตการณ์
“งานเข้าแล้ว”
“ข้อนี้หลอกกันเกินไปแล้ว”
