เจิ้งฉ่วยเหลือบมอง สีหน้าพลันเคร่งขรึมลง
ตามปกติ หลังเปิดเยื่อดูราแล้ว ยังพอมองเห็นการเต้นที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหัวใจได้บ้าง
แต่ตอนนี้เยื่อดูราตรงหน้าถูกแรงดันจากด้านในดันจนตึงแข็ง ราวกับหนังแผ่นหนึ่ง แนบอยู่กับช่องเปิดกระดูกและโป่งออกด้านนอก แม้แต่ขอบก็ยังบวมพอง
เขาลดเสียงลง สีหน้าไม่สู้ดีนัก
“แรงดันสูงเกินไปแล้ว”
หานเส้าถิงไม่ได้พูดอะไรมาก
“ห้ามเลือดก่อน”
เริ่มจากเย็บแขวนขอบเยื่อดูราเพื่อห้ามเลือด จากนั้นหานเส้าถิงก็หยิบมีดปลายแหลมขึ้นมากรีดเยื่อดูราเป็นรูเล็ก ๆ
ทันทีที่ปลายมีดแทงเข้าไป แรงดันจากด้านในก็ดันขอบเยื่อดูราให้แยกออก
เจิ้งฉ่วยรีบจ่อสายดูดเข้าไป เลือดกับน้ำล้างแผลที่ซึมออกมาถูกดูดออกไป
หานเส้าถิงไม่ได้ตัดเยื่อดูราเปิดออกทั้งหมดในคราวเดียว แต่ค่อย ๆ ตัดแบ่งไปตามขอบ แต่ละครั้งที่ตัด เขาจะหยุดชั่วครู่เพื่อให้แรงดันภายในค่อย ๆ ระบายออก
หลังเปิดเยื่อดูราเสร็จ กู้หลินก็ปรับภาพซีทีให้ตรงกับตำแหน่งนั้น
รอยโรคอยู่ตรงรอยต่อระหว่างกลีบขมับกับกลีบข้างด้านซ้าย ใกล้ชั้นใต้เปลือกสมอง บริเวณรอบ ๆ บวมน้ำเป็นวงกว้างจนโครงสร้างปกติถูกเบียดจนผิดรูปไปบ้าง
เจิ้งฉ่วยมองบริเวณผ่าตัดแล้วถามหานเส้าถิง
“อาจารย์ครับ จะเลือกทางเข้าตรงนี้ไหม?”
หานเส้าถิงทอดสายตามองผิวสมองพลางครุ่นคิด
“หลบเส้นเลือดดำบนผิวสมอง”
กู้หลินมองภาพสแกน แล้วหันไปมองเส้นเลือดหลายเส้นบนผิวสมองที่ถูกดันจนตึง
“อาจารย์ครับ เข้าจากด้านหลังของรอยต่อกลีบขมับกับกลีบข้าง ทางสั้นกว่า หลบเขตส่วนกลางได้ แล้วก็หลบบริเวณที่เส้นเลือดดำบนผิวสมองหนาแน่นที่สุดได้ด้วย”
“ตรงนี้อยู่ใกล้บริเวณที่บวมน้ำมากที่สุด พอเข้าไปแล้วจะช่วยระบายแรงดันออกได้ก่อนส่วนหนึ่ง”
