ตอนเจิ้งฉ่วยออกจากห้องทำงานแผนกฉุกเฉิน คำพูดของโจวเหวินหย่วนยังผุดขึ้นมาในหัวเป็นระยะ
เอชแอลเอช โรคเบเชต์ ได้ที่หนึ่งทุกรายการในการแข่งขันระดับมณฑล ฉินเจิ้งหงตั้งใจมาที่เมืองไห่เฉิงเพื่อพบเขา...
เจิ้งฉ่วยเดินมาถึงหน้าลิฟต์ จู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินข่าวลืออยู่บ้างเหมือนกัน แต่ตอนนั้นไม่ได้ใส่ใจเลย
หมอหนุ่มทำผลงานได้ดี มีคนชมมากหน่อยก็เป็นเรื่องปกติ สมัยเขาหนุ่ม ๆ เองก็ถูกชมอยู่บ่อย ๆ
แต่ตอนโจวเหวินหย่วนเล่าเรื่องพวกนั้นเมื่อครู่ แทบไม่มีจังหวะหยุดพูดเลย ดวงตายิ่งเป็นประกายจนน่าตกใจ ราวกับเก็บกดมานาน ในที่สุดก็เจอคนที่ยอมฟัง เลยแทบอยากลากเขาคุยสามวันสามคืน
เจิ้งฉ่วยขึ้นลิฟต์แล้วกดชั้น 20 ประตูลิฟต์ปิดลง จู่ ๆ เขาก็นึกถึงประโยคสุดท้ายที่โจวเหวินหย่วนพูด
“นายลองถามเขาให้มากหน่อยก็ได้”
เจิ้งฉ่วยเงยหน้ามองตัวเลขชั้นที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ผ่านไปครู่หนึ่งก็จุ๊ปากเบา ๆ
ต้องให้บอกด้วยเหรอ?
เช้าวันต่อมา หลังประชุมส่งเวรของแผนกประสาทวิทยาจบลง ก็เริ่มตรวจห้องคนไข้
กู้หลินเดินตามอยู่ด้านหลัง มือถือแฟ้มประวัติคนไข้
เจิ้งฉ่วยเดินนำหน้า เหลือบมองด้านหลังแวบหนึ่ง อีกฝ่ายดูเรียบร้อยและเงียบดีนี่นา
เตียงแรกเป็นผู้ป่วยวันที่สองหลังผ่าตัดเนื้องอกต่อมใต้สมอง พยาบาลยื่นบันทึกปริมาณน้ำเข้าออกเมื่อคืนให้พร้อมรายงาน
“เมื่อคืนปัสสาวะเยอะมาก สูงสุดชั่วโมงละ 600 มิลลิลิตร เช้านี้โซเดียมในเลือดอยู่ที่ 151”
แพทย์ประจำบ้านที่ยืนข้าง ๆ มองบันทึกในเอกสาร
