กู้หลินชะงักไปครู่หนึ่ง คนหลายคนที่อยู่ข้างเตียงก็อึ้งไปเช่นกัน
โจวหมิงหย่วนกระตุกมุมปาก น้ำเสียงแผ่วเบา
“ตอนแรกก็กะจะลองเสี่ยงดูสักตั้ง สุดท้ายไข้ขึ้นหนักตั้งแต่รอบแรกเลย”
ซ่งเจ๋อเกือบถูกคำพูดนั้นทำเอาพูดไม่ออก กู้หลินเงียบไปสองวินาที ก่อนเอื้อมมือจัดสายเครื่องติดตามอาการใหม่
“เพิ่งเริ่มเอง ใครบอกว่ารอบแรกก็ตัดสินแพ้ชนะได้แล้ว?”
โจวหมิงหย่วนชะงัก ก่อนหัวเราะเบา ๆ
“ก็จริง”
ไข้สูงต่อเนื่องจนถึงตี 5 ในที่สุดอุณหภูมิก็เริ่มลดลง
38.7, 38.3, 37.9…
อัตราการเต้นของหัวใจบนเครื่องติดตามอาการก็ค่อย ๆ ลดลงเช่นกัน
ซ่งเจ๋อพิงอยู่ข้างจุดพยาบาล แทบหมดเรี่ยวแรง
“โธ่เอ๊ย… ตอนนี้ฉันยังเครียดกว่าตอนสอบเองอีก”
กู้หลินก้มมองผลตรวจซ้ำล่าสุด ไม่ได้พูดอะไร
หลินหานชวนปิดแฟ้มประวัติผู้ป่วย แล้วพูดเรียบ ๆ ว่า
“ทิศทางไม่ผิด”
ซ่งเจ๋อเงยหน้าขึ้นทันที
“หัวหน้า?”
หลินหานชวนเก็บปากกากลับเข้ากระเป๋า
“ถ้าเป็นการติดเชื้อ ไข้คงไม่ลดเร็วขนาดนี้ อีกอย่างค่าตรวจที่เปลี่ยนไปก็ไม่สอดคล้องกัน”
“รักษาตามแผนเดิมต่อ”
ด้านนอกห้องผู้ป่วย ฟ้าเริ่มสางแล้ว
กู้หลินพิงหน้าต่างตรงทางเดิน ก้มหน้านวดขมับ หลังอดนอนติดกันหลายคืน ความเหนื่อยล้าในดวงตาก็เริ่มปิดไม่มิด
ซ่งเจ๋อถือกาแฟสองแก้วเดินเข้ามา แล้วยื่นให้เขาแก้วหนึ่ง
“นี่เป็นครั้งแรกที่นายลองแผนรักษาเสี่ยงสูงแบบนี้ รู้สึกยังไง?”
