จ้าวฉี่หมิงก้มมองเอกสาร สีหน้าค่อย ๆ แข็งค้าง
“ยังมีอีกเหรอ?”
อาจารย์ฝึกซ้อมตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“แน่นอน การแข่งระดับมณฑลไม่ได้ให้คะแนนเต็มพวกนายโดยอัตโนมัติ แค่เพราะขั้นตอนการช่วยชีวิตทำได้สวยงาม”
“พวกเขาจะถามว่าทำไมถึงไม่ทำแบบนั้น ทำไมถึงเลือกทิ้งอีกวิธี ทำไมถึงตัดสินใจใส่ท่อช่วยหายใจตอนนั้น แล้วทำไมถึงเริ่มปรึกษาทีมอื่นในเวลานี้”
“ตอบไม่ได้ก็โดนหักคะแนนเหมือนกัน”
เสิ่นชิงก้มหน้าเปิดเอกสาร มือประคองคางพลางครุ่นคิด
“ส่วนนี้พลาดคะแนนได้ง่ายจริง ๆ”
สวี่หรานหันไปมองกู้หลิน
“ในตารางฝึกซ้อมที่นายให้เมื่อคืน เหมือนจะมีจำลองการตอบคำถามด้วยนะ”
กู้หลินพยักหน้า
จ้าวฉี่หมิงหันมามองเขา แววตาซับซ้อน
“นายเดาไว้ตั้งแต่แรกแล้วหรือเปล่า?”
กู้หลินพลิกไปหน้าสุดท้าย
“ไม่ใช่เดา การแข่งประเภททีมยังไงก็ต้องอธิบายการตัดสินใจของทีม ไม่อย่างนั้นกรรมการก็เห็นแค่ว่าเราทำอะไร แต่ไม่รู้ว่าทำไปทำไม”
พอได้ยินถึงตรงนี้ อาจารย์ฝึกซ้อมก็มองกู้หลินลึกซึ้งขึ้นอีกนิด
เรื่องแบบนี้ปกติมีแต่คนที่เคยลงแข่งถึงจะรู้ แต่กู้หลินไม่เพียงรู้เท่านั้น ยังแยกการแข่งขันออกมาเป็นสถานการณ์ทางคลินิกที่สมบูรณ์ และคิดเผื่อไว้ล่วงหน้าแล้วทุกขั้นตอน
การซ้อมตอบคำถามช่วงบ่ายทรมานกว่าช่วงเช้าเสียอีก
เพราะถ้าลงมือผิดยังแก้ได้ทันที
แต่ถ้าตรรกะตอนตอบคำถามรวน ยิ่งอธิบายก็ยิ่งเหมือนแก้ตัว
รอบแรก กรรมการถามจ้าวฉี่หมิงตรง ๆ เกี่ยวกับเคสลิ่มเลือดอุดตันในปอด
“ทำไมพวกคุณถึงไม่ใส่ท่อช่วยหายใจทันที?”
จ้าวฉี่หมิงกำลังจะตอบ แต่สายตากลับเหลือบไปทางโจวจื่อเชียนโดยไม่รู้ตัว โจวจื่อเชียนจึงรีบพูดขึ้นก่อน
