ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน กู้หลินพูดต่อ
“หลายคนมักให้ความสำคัญกับชื่อการวินิจฉัย แต่จากข้อมูล คนไข้มีเกล็ดเลือดลดลง การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ และการทำงานของตับบกพร่องแล้ว”
“นี่หมายความว่าไข้สูงเกิดจากปฏิกิริยาการอักเสบที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ”
“เพราะงั้น สิ่งแรกที่ผมคิดไม่ใช่เขาเป็นโรคอะไร แต่เป็นภาวะที่กำลังลุกลามไปสู่การทำงานล้มเหลวของหลายอวัยวะ”
แววตาของฉินเจิ้งหงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“พูดต่อ”
กู้หลินตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“โรคสติลล์ในผู้ใหญ่อธิบายอาการส่วนใหญ่ได้ และกลุ่มอาการเอ็มเอเอสก็สอดคล้องเช่นกัน”
“แต่สิ่งที่ชี้ขาดการพยากรณ์โรคจริง ๆ คือพายุการอักเสบก่อตัวขึ้นแล้วหรือยัง”
“ถ้าก่อตัวแล้ว ความสำคัญของการถกเถียงเรื่องการวินิจฉัยก็เริ่มน้อยกว่าจังหวะเวลาในการรักษา”
“เพราะคนไข้ไม่รอให้เราตรวจทุกอย่างเสร็จก่อน”
ฉินเจิ้งหงจ้องเขา
“ถ้ายังตัดเรื่องการติดเชื้อออกไปไม่ได้ทั้งหมด นายกล้าใช้ยากดภูมิคุ้มกันหรือเปล่า?”
สิ้นคำถาม หลายคนในห้องถึงกับกลั้นหายใจไปชั่วขณะ แต่กู้หลินแทบไม่ต้องหยุดคิด
“ผมไม่กล้าเสี่ยง แต่ยิ่งไม่กล้ารอ”
แววตาของฉินเจิ้งหงมีประกายบางอย่างวูบผ่าน
กู้หลินพูดต่อ
“แนวคิดที่อันตรายที่สุดในการรักษาคือการมองว่าการติดเชื้อกับภูมิคุ้มกันเป็นเรื่องตรงข้ามกัน”
