กู้หลินก้มมองเด็กหญิงตัวน้อย ในใจพลันเหมือนถูกบางสิ่งกระทบเบา ๆ
เด็กหญิงดวงตาเป็นประกาย แล้วพูดต่อ
“คุณปู่ยังบอกด้วยว่า พอโตขึ้นหนูก็ต้องเป็นหมอ เพราะหมอทำให้คนกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้”
กู้หลินยิ้มขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนยื่นมือไปลูบศีรษะเธอเบา ๆ
“งั้นก็ต้องตั้งใจเรียนนะ สอบเป็นหมอน่ะยากมาก”
เด็กหญิงเบิกตาโตทันที
“ยากกว่าสอบเป็นอุลตร้าแมนอีกเหรอคะ?”
กู้หลินลูบคาง ครุ่นคิดอยู่สองวินาที
“อันนั้นไม่ถึงขนาดนั้นหรอก”
ขณะนั้นเอง โจวเหวินหย่วนเพิ่งเดินออกมาจากห้องทำงาน พอเห็นภาพตรงหน้า เขาก็ชะงักฝีเท้าไปครู่หนึ่ง
ก่อนหน้านี้เหลียงเจิ้นกั๋วเคยพูดไว้ประโยคหนึ่งว่า
“สิ่งที่หมอมักลืมมากที่สุดก็คือ คนไข้จำไม่ได้หรอกว่าคุณสั่งยาอะไร หรือใช้วิธีรักษาแบบไหน แต่พวกเขาจะจำได้ว่า ตอนที่กลัวที่สุด ใครเป็นคนยื่นมือมาช่วยพยุงพวกเขาไว้”
โจวเหวินหย่วนมองกู้หลินที่กำลังย่อตัวอยู่ตรงหน้าเด็กหญิง จู่ ๆ ก็รู้สึกว่านักศึกษาคนนี้อาจไปได้ไกลจริง ๆ
เพราะจนถึงตอนนี้ เวลากู้หลินตรวจคนไข้ สิ่งที่เขามองเห็นก็ยังคงเป็นคน ไม่ใช่แค่โรค
ตอนเที่ยง หลังส่งครอบครัวคนไข้กลับไปแล้ว กู้หลินก็กลับเข้าห้องทำงาน พอเปิดโทรศัพท์ก็เห็นข้อความใหม่ที่ถูกปักหมุดไว้ในกลุ่มนักศึกษารุ่นเดียวกัน
กู้หลินชะงักไป ก่อนกดเข้าไปดู วินาทีถัดมา คิ้วของเขาก็เลิกขึ้นเล็กน้อย
《ประกาศการแข่งขันการคิดวิเคราะห์ทางคลินิกระดับบัณฑิตศึกษา โรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัยไห่เฉิง》
ผู้ได้อันดับหนึ่งจะได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วมการแข่งขันระดับมณฑล
ผู้ชนะจะได้รับสิทธิ์เสนอชื่อเข้าร่วมโครงการวิจัยสำคัญโดยตรง
