หญิงคนนั้นขาอ่อนยวบ เด็กสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบประคองเธอไว้
หานเยว่ยืนอยู่ตรงสุดทางเดิน ไม่ได้เดินเข้าไปใกล้
เขามองครอบครัวนั้น ในแววตามีทั้งความรู้สึกผิดและความอึดอัดที่พูดไม่ออก
ซ่งเจ๋อเห็นหานเยว่ จึงเดินเข้าไปหา
“นายมาทำไมอีกแล้ว?”
หานเยว่ลดเสียงลง
“อาจารย์ซ่ง ถ้าวันนั้น…”
ซ่งเจ๋อยกมือขึ้นห้าม
“ไม่มีคำว่าถ้าหรอก”
เขามองหานเยว่ด้วยแววตาจริงจัง
“วันนั้นนายไม่มีอำนาจรับคนไข้ไว้ ส่วนหัวหน้าก็ไม่ได้ปฏิเสธการรักษา พวกเขาไม่ทำตามขั้นตอนเอง จะมาโทษนายไม่ได้”
ซ่งเจ๋อตบไหล่เขาเบา ๆ
“ทำใจให้สบาย อย่าแบกความรับผิดชอบไว้คนเดียว”
หลังคนไข้เข้าห้องไอซียู เรื่องก็ยังไม่จบ วันต่อมาอารมณ์ของญาติก็เริ่มควบคุมไม่อยู่
นอกเวลาเยี่ยมของห้องไอซียู หญิงคนนั้นมาขวางอยู่หน้าเคาน์เตอร์พยาบาลแผนกศัลยกรรมทางเดินอาหาร ดวงตาแดงก่ำ เสียงแหบพร่า แต่แหลมกว่าวันก่อน ๆ
“ตอนแรกที่พวกเรามาที่นี่ เขายังสบายดีอยู่เลย!”
“พวกคุณไม่ให้เขาแอดมิต ตอนนี้เขาเข้าไอซียูแล้ว พอใจหรือยัง?”
หัวหน้าพยาบาลสีหน้าเคร่งเครียด
“ญาติคนไข้คะ ที่นี่เป็นหอผู้ป่วย กรุณาอย่าส่งเสียงดังค่ะ”
หญิงคนนั้นหันขวับ
“ฉันส่งเสียงดังเหรอ?”
“สามีฉันใกล้จะตายอยู่แล้ว พวกคุณยังจะมาหาว่าฉันเสียงดังอีกเหรอ?”
เด็กสาวร้องไห้พลางพูดว่า
“ถ้าวันนั้นพวกคุณให้พ่อเข้าโรงพยาบาล พ่อก็คงไม่ไปโรงพยาบาลนั้น แล้วก็ไม่เป็นแบบนี้”
