ทั้งหกคนลุกขึ้น เดินตามเจ้าหน้าที่ไปยังห้องสอบปากเปล่า
ไฟสีแดงหน้าประตูยังสว่างอยู่ ทีมก่อนหน้ายังสอบไม่เสร็จ แม้จะมีบานประตูกั้น แต่ก็ยังได้ยินเสียงกรรมการซักถามแว่ว ๆ
“ทำไมพวกคุณถึงไม่พิจารณาการวินิจฉัยนี้ตั้งแต่แรก?”
“ถ้าความดันโลหิตของผู้ป่วยลดลงต่อไป ขั้นตอนถัดไปจะทำอย่างไร?”
“พิจารณาข้อห้ามในการใช้ยานี้แล้วหรือยัง?”
คำถามแต่ละข้อเฉียบคมขึ้นเรื่อย ๆ
ไฟสีแดงดับลง ประตูเปิดออก
ตอนทีมก่อนหน้าเดินออกมา สีหน้าของพวกเขาดูไม่ค่อยดีนัก
จ้าวฉี่หมิงมองกู้หลิน กู้หลินพยักหน้า ส่งสายตาปลอบใจให้
เจ้าหน้าที่เอ่ยขึ้นว่า
“โรงพยาบาลแพทย์มหาวิทยาลัยไห่เฉิงแห่งที่หนึ่ง เชิญเข้าห้องสอบ”
ภายในห้องสอบปากเปล่า มีกรรมการประจำห้าคนนั่งอยู่ตรงหน้า ส่วนด้านข้างที่นั่งกรรมการมีเก้าอี้เพิ่มมาอีกหนึ่งตัว
ฉินเจิ้งหงนั่งอยู่ตรงนั้น ข้างมือวางใบคะแนนจากสถานีก่อนหน้า
เมื่อเขาเงยหน้ามองพวกเขา แววตาก็สงบนิ่ง
จ้าวฉี่หมิงกวาดตามองบัตรกรรมการของเขา รู้สึกเพียงว่าชื่อนี้คุ้นตาอยู่บ้าง
ลองนึกดูแล้วก็ยังนึกไม่ออก
ตอนนั้นเอง ประธานกรรมการก็เอ่ยขึ้น
“สถานีที่สี่ การสอบปากเปล่าแบบบูรณาการ”
“การสอบรอบนี้แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกจะซักถามต่อจากเนื้อหาในสามสถานีแรก ส่วนที่สองเป็นการอภิปรายกรณีศึกษาแบบบูรณาการ ณ สถานที่สอบ แต่ละทีมมีเวลาทั้งหมด 15 นาที”
เขามองนาฬิกาจับเวลา
“เริ่มได้”
สิ้นเสียงประธานกรรมการ เอกสารกรณีศึกษาชุดแรกก็ปรากฏขึ้นบนจอใหญ่ทันที
