สวี่โม่พยักหน้า
“ได้ ตอนเที่ยงเราแอบไปกัน”
นักศึกษาแพทย์ฝึกอบรมไม่มีสิทธิ์ตรวจปรึกษาคนไข้ตามลำพัง กู้หลินเข้าใจเรื่องนี้ดี
หอผู้ป่วยประสาทวิทยาอยู่ที่ชั้น 7 ของอาคารผู้ป่วยใน
“สวี่โม่ นี่คือรุ่นน้องคนเก่งที่นายเล่าให้ฟังเหรอ?”
พอทั้งสองเดินมาถึงหน้าห้อง เพื่อนของสวี่โม่ก็รออยู่ก่อนแล้ว
“อืม”
“อ้อ กู้หลิน นี่เพื่อนฉัน หร่วนเฟย”
“สวัสดี”
สวี่โม่ลดเสียงลง
“ไปกันเถอะ ตอนนี้คนยังไม่เยอะ ไปดูคนไข้กัน”
มีเสียงข้าวของตกแตกดังมาจากในห้องพักผู้ป่วย ญาติกำลังพูดปลอบเบา ๆ
“ใจเย็น ๆ ไม่มีใครแตะต้องคุณหรอก”
ชายหนุ่มบนเตียงผู้ป่วยหน้าซีดเผือด เหงื่อท่วมหน้าผาก
พอได้ยินเสียงเปิดประตู ร่างทั้งร่างก็แข็งเกร็งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
เขาดูไวต่อสิ่งเร้าภายนอกอย่างมาก กู้หลินชะงักฝีเท้าเล็กน้อย หร่วนเฟยลดเสียงลง
“สองวันนี้อาการหนักขึ้นเรื่อย ๆ”
กู้หลินไม่ได้รีบเข้าไป เขาเพียงยืนสังเกตอยู่ข้าง ๆ
คนไข้หายใจหอบ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงถี่ ๆ
“คนไข้กินข้าวดื่มน้ำครั้งล่าสุดเมื่อไหร่?”
“วันแรกที่มาโรงพยาบาล วันนี้วันที่สามแล้ว สองวันนี้ให้น้ำเกลือผสมสารอาหารตลอด”
แววตากู้หลินค่อย ๆ เปลี่ยนไป เพราะเขาเห็นว่าตอนที่พูดถึงเรื่องดื่มน้ำเมื่อครู่ รูม่านตาของคนไข้หดลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
สวี่โม่สังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของกู้หลิน
“เป็นอะไร?”
กู้หลินไม่ตอบ จู่ ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า
“ก่อนหน้านี้ตอนดื่มน้ำ เขารู้สึกไม่สบายใช่ไหม?”
รูม่านตาของชายหนุ่มบนเตียงหดวูบลงทันที
วินาทีต่อมา เขาก็หายใจหอบถี่ขึ้นราวกับหวาดกลัวโดยสัญชาตญาณ แม้แต่กล้ามเนื้อบริเวณลำคอก็เริ่มกระตุกเกร็ง
