ตระกูลจง
หลังจงเจิ้นหยวนพาคนกลับเข้าเมือง สีหน้าของทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมอย่างยิ่ง
แต่ก็ช่วยไม่ได้ คนของหวงเซียวเทียนไม่ได้มีแค่คนจากตระกูลหวง ยังมีพวกสมุนอย่างพันธมิตรโลหิตเหล็กอีกกลุ่มหนึ่งด้วย หากเกิดการปะทะกันขึ้น ตระกูลจงไม่มีทางสู้พวกเขาได้เลย
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าตระกูลจงไม่มีทางเป็นฝ่ายเปิดโหมดสังหารก่อน แต่ถ้าไม่เปิดโหมดสังหาร ก็แย่งบอสมาไม่ได้
“ประมุขตระกูล ทำไมคราวนี้ถึงยอมปล่อยไปง่าย ๆ แบบนี้ล่ะ!”
จงฉางเหอกล่าวเสียงทุ้มอู้อี้ เขายังไม่พอใจนัก เมื่อครู่แม้คนจากตระกูลหวงจะมีเลเวลสูงมาก แต่ถ้านับจำนวนแล้ว คนของตระกูลจงมีมากกว่าตั้งเยอะ
อย่างมากก็แค่แตกหักกันแล้วสู้กันให้รู้ดำรู้แดง ต่อให้ต้องตายก็ไม่ควรทนรับความอัปยศอดสูอยู่แบบนี้ตลอดไป
สีหน้าของจงเจิ้นหยวนเปลี่ยนไปมา ทว่าเขากลับไม่เอ่ยปากเลยสักคำ
ก่อนร่วมมือกับลู่เฉิน ฝานจิ่ง และจงเสวี่ย จงเจิ้นหยวนเองก็เป็นคนอารมณ์ร้อน ใครพูดไม่เข้าหูก็พร้อมลงมือทันที หากวันนี้ไม่มีลู่เฉิน ฝานจิ่ง และจงเสวี่ยอยู่ด้วย จงเจิ้นหยวนคงไม่ยอมยกบอสให้คนอื่นไปง่าย ๆ แบบนี้แน่
ถึงอย่างไรตระกูลจงก็เป็นตระกูลใหญ่ขนาดนี้ แค่ยอมถอยสักครั้ง อิทธิพลก็จะตกลงไปมาก หากอยากฟื้นกลับมา ย่อมต้องใช้เวลาอีกนาน
แต่จงเจิ้นหยวนก็ยังอดกลั้นไว้
เมื่อก่อนหาโอกาสไม่ได้ จึงทำได้แค่ลงมือสู้ ตอนนี้มีฝานจิ่งแล้ว ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนแย่งชิงกันในคราวเดียว
การถูกแย่งบอสไปไม่ใช่เรื่องใหญ่ แค่บอสเงินเลเวล 35 ตัวหนึ่งเท่านั้น คราวนี้ร่วมมือกับฝานจิ่งได้ ต่อไปก็ต้องมีโอกาสอีกแน่
