“ถ้าถูกเรียนไปแล้วค่อยบอกฉัน จะมีประโยชน์อะไร!”
ภายในกิลด์พันธมิตรโลหิตเหล็ก รองหัวหน้ากิลด์คนหนึ่งตอบข้อความของอู๋จวิ้นเจี๋ยอย่างดุดัน พันธมิตรโลหิตเหล็กไม่ได้เข้าร่วมศึกป้องกันเมืองจากบอสในคืนนั้น เพียงแต่เห็นประกาศระบบว่ามีพายุกระบี่ปรากฏขึ้น จึงคิดจะไปซื้อกลับมา
ตอนนี้หนังสือสกิลถูกเรียนไปแล้ว ต่อให้ตามหาก็ไม่มีความหมาย
“ลูกพี่ พวกมันแย่งมอนสเตอร์ของพวกเราไป ที่นั่นพวกเราอยู่มาหนึ่งเดือนแล้ว ตอนนี้ถูกแย่งไป พวกเราสามคนก็ไม่มีที่ให้เก็บเลเวล...”
อู๋จวิ้นเจี๋ยถูกด่าจนหูชา เขาร้องทุกข์กับรองหัวหน้ากิลด์อย่างน้อยเนื้อต่ำใจ ตอนที่เข้าร่วมพันธมิตรโลหิตเหล็ก กิลด์รับปากไว้แล้วว่าหากถูกข่มเหง กิลด์จะช่วยออกหน้าให้
“พวกแกสามคนมันไร้ประโยชน์!”
“สามคนสู้สองคนไม่ได้ ยังมีหน้ามาพูดอีกหรือ?”
รองหัวหน้ากิลด์ยิ่งโมโห เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอู๋จวิ้นเจี๋ยกับพวกไม่กล้าลงมือเลย
“ไม่รู้หรือไงว่าพันธมิตรห้ามลงมือกันเอง?”
“ไม่มีที่เก็บเลเวลก็เปลี่ยนที่สิ ฉันยุ่งขนาดนี้ จะเอาเวลาที่ไหนไปสนใจพวกแก!”
อู๋จวิ้นเจี๋ยแทบจะร้องไห้ สรุปว่าเขาถูกกลั่นแกล้งถึงสองรอบอย่างนั้นหรือ?
อู๋จวิ้นเจี๋ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่งข้อความหารองหัวหน้ากิลด์อีกครั้ง “ลูกพี่ พี่สาวของผมก็อยู่กิลด์เรา เป็นสมาชิกทีมสนับสนุน ถ้ามีโอกาส ผมจะแนะนำพี่สาวให้ลูกพี่รู้จักนะครับ”
“หืม?”
สีหน้าของรองหัวหน้ากิลด์พลันดีขึ้น “ไอ้หนู พูดจาถูกใจฉันนี่ ถ้าอย่างนั้น...”
“ฉันจะส่งคนไปดูให้ รอฟังข่าวก็พอ”
