วันที่ 2 ลู่เฉินกับฝานจิ่งตื่นสายกว่าปกตินิดหน่อย เพราะเมื่อคืนกว่าจะกลับเข้าเมืองก็ค่ำมากแล้ว ยังไงก็ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ
ทั้งสองยังพักอยู่โรงเตี๊ยมแห่งเดิม เพียงแต่ตั้งแต่คืนที่ช่วยป้องกันเมือง ห้องพักก็เปลี่ยนเป็นห้องที่ดีกว่าเดิมเล็กน้อย ราคา 1 เหรียญเงินต่อคืน
แน่นอนว่าห้องระดับนี้ไม่ได้หรูหราอะไรในโรงเตี๊ยม จะบอกว่าแค่พอใช้ได้ก็ยังได้ ในห้องมีเตียง 2 หลัง ลู่เฉินกับฝานจิ่งจึงพักผ่อนได้เต็มที่กว่าเดิม ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่ต้องมีคนหนึ่งนอนบนพื้น
ส่วนอาหารก็มีทั้งซาลาเปาไส้เนื้อกับแป้งพายสอดไส้ ซื้อกินได้ตามสบาย เพราะเป็นอาหารธรรมดาทั่วไป ทั้งสองไม่ได้ใช้เงินฟุ่มเฟือย แต่ก็ไม่ต้องทนกินมันฝรั่งต้มอีกแล้ว
อย่างวันนี้ ลู่เฉินซื้อหมั่นโถวสอดไส้เนื้อมาหลายชิ้น ชิ้นละ 10 เหรียญทองแดง หมั่นโถวร้อน ๆ อัดแน่นไปด้วยเนื้อ ทั้งสองเดินกินไปด้วยระหว่างทาง ส่วนที่เหลือเก็บไว้เป็นมื้อกลางวัน
เข้าดันเจี้ยนไปล่ามอนสเตอร์ ตอนเที่ยงไม่มีทางกลับเข้าเมืองมากินข้าวอยู่แล้ว เสียเวลาเกินไป
ลู่เฉินกินหมั่นโถวสอดไส้เนื้อคำโต ๆ รู้สึกว่าอร่อยมาก ส่วนฝานจิ่งที่อยู่ข้าง ๆ ก็กินไปโยกหัวไปอย่างอารมณ์ดี
“ลู่เฉิน ไม่นึกเลยว่าหมั่นโถวสอดไส้เนื้อจะอร่อยขนาดนี้”
“อร่อยกว่าซาลาเปาไส้เนื้อตั้งเยอะ”
“อืม”
ลู่เฉินพยักหน้า ก็จริง หมั่นโถวสอดไส้เนื้ออร่อยกว่าซาลาเปาไส้เนื้อเยอะ ในซาลาเปามีเนื้ออยู่แค่นิดเดียว แต่หมั่นโถวสอดไส้เนื้อใส่เนื้อมากกว่ากันมาก แถมยังราดน้ำซุปเนื้อมาให้ตั้ง 2 ช้อน ทั้งสองกินกันจนปากมันเยิ้ม
หมั่นโถวสอดไส้เนื้อไม่กี่ชิ้นก็เกือบราคา 1 เหรียญเงินแล้ว ถ้าเป็นเมื่อไม่กี่วันก่อน ทั้งสองคงเสียดายเงินจนไม่กล้าซื้อ แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว
