ฉู่เสียนไม่ได้กินอะไรมาเนิ่นนาน ในปากจึงรู้สึกว่างเปล่าอย่างเลี่ยงไม่ได้
นางกินขนมถั่วและขนมวอลนัตไปอย่างละชิ้น จึงค่อยรู้สึกสบายขึ้นบ้าง
เมื่อเห็นเช่นนั้น เซียวเสวียนจิ่งก็หรี่ดวงตาหงส์เรียวยาวลงเล็กน้อย
สายตากวาดผ่านแก้มที่ตุ่ยพองของนาง ก่อนจะเลื่อนลงไปยังริมฝีปากแดงเรื่อ...
ยามดื่มน้ำเสร็จ นางเงยหน้าขึ้นก็เห็นองค์รัชทายาทกำลังมองตนอยู่ คิดว่าอีกฝ่ายคงอยากกิน จึงเลื่อนจานขนมถั่วไปให้ด้วยท่าทางคล่องแคล่ว
“องค์รัชทายาท หากอยากเสวยก็เสวยเถิดเพคะ”
ของสิ่งนี้อร่อยก็จริง
แต่พอเย็นแล้วรสสัมผัสก็ไม่ดีเหมือนเดิม
แววตาของเซียวเสวียนจิ่งไหววูบ ทว่าเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาก็เบนสายตาไปอย่างรวดเร็ว เพียงขานรับเสียงเรียบแล้วจิบชา
ภายในห้องพลันเงียบสงัดลง
“องค์รัชทายาท วันนี้จะเสวยมื้อกลางวันที่นี่หรือเพคะ” หลังจากกินขนมไปอีกชิ้น ฉู่เสียนก็นึกบางอย่างขึ้นได้จึงเอ่ยถาม
เซียวเสวียนจิ่งยกถ้วยชาขึ้นจิบอีกครั้ง ก่อนส่ายหน้า
ฉู่เสียนกลอกตาไปมา “เช่นนั้นอีกประเดี๋ยวจะเสด็จไปห้องหนังสือ หรือไปตำหนักของพระสนมองค์ใดหรือเพคะ”
เซียวเสวียนจิ่งขมวดคิ้วทันที
ฉู่เสียนยิ้ม “ทรงวางพระทัยเถิด หม่อมฉันมิได้สืบถามความเคลื่อนไหวของพระองค์ เพียงถามดูเท่านั้น”
ถึงกระนั้นเซียวเสวียนจิ่งก็ยังไม่ตอบ
เมื่อเห็นเช่นนั้น ฉู่เสียนจึงไม่ถามต่อ นางก้มหน้ากินขนมของตนต่อไป
กว่าทั้งสองจะกินขนมเสร็จก็ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว
ยามนั้นภายในลานเงียบสงบ
เมื่อไม่มีสิ่งใดทำ ฉู่เสียนก็หาวพลางชวนองค์รัชทายาทคุยเรื่องลูก “รอเจ้าตัวน้อยคลอดออกมา หม่อมฉันจะพาเขาออกมาเล่นทุกวัน ทั้งยังจะเย็บเสื้อผ้าตัวน้อยให้เขาด้วย” นางพูดพลางจิ้มท้องตน
