กลางวันแสก ๆ ชื่อเสียงของนางที่เดิมก็ไม่สู้ดีอยู่แล้ว ยิ่งจะถูกซ้ำเติมให้แย่ลงไปอีก
เซียวเสวียนจิ่งเห็นดังนั้นก็หันมาพิจารณาขวดโหลในมือนางอยู่หลายครั้งอย่างหาได้ยาก ทั้งยังหยิบขึ้นมาดูว่าเป็นสิ่งใด
สุดท้ายพบว่าบนขวดระบุไว้ว่าเป็นพันธุ์ดอกไม้ชนิดต่าง ๆ เขาคิดว่าดูคล้ายคลึงกันไปหมด จึงวางคืนไว้ที่เดิม
ฉู่เสียนหันกลับมา “หากองค์รัชทายาทโปรด ก็ทรงหยิบไปสักสองสามขวดได้เพคะ”
ถึงอย่างไร กองกิจการในวังก็ส่งของเหล่านี้มาให้นางเป็นระยะอยู่แล้ว
เซียวเสวียนจิ่งย่อมไม่คิดรับ จึงปฏิเสธทันที
หลังจากฉู่เสียนแต่งริมฝีปากเสร็จ ก็ขยับเข้ามายิ้มให้เบื้องหน้าองค์รัชทายาท “องค์รัชทายาท ยามนี้ดูไม่ออกแล้วใช่หรือไม่เพคะว่าริมฝีปากบวม”
เซียวเสวียนจิ่งหลุบตาเหลือบมองนาง พลางคิดในใจว่า ต่างจากเมื่อก่อนตรงไหนกัน?
ถึงกระนั้นก็ยังรับคำว่า “อืม”
ฉู่เสียนยิ้ม ก่อนจะโน้มเข้ามาจุ๊บแก้มเขาดังจุ๊บ
เซียวเสวียนจิ่งชะงักไป
ทว่าฉู่เสียนก็กลับไปนั่งอย่างรวดเร็ว แล้วกินผลไม้หอมหวานเหล่านั้นต่อ ระหว่างนั้นยัง
เอ่ยถาม “องค์รัชทายาท อีกสองสามวันพระองค์จะเสด็จตำหนักจิ่นเซียงได้เมื่อใดเพคะ?”
คราวนี้เซียวเสวียนจิ่งจึงได้สติ เขาหลุบตามองใบหน้านาง เห็นเนื้อส้มโอเปื้อนอยู่ตรงมุมปาก จึงยื่นมือไปหยิบออกให้นางก่อนเอ่ยว่า
“คงต้องรออีกระยะหนึ่ง ปลายเดือนเจ็ดเป็นวันคล้ายวันประสูติของเสด็จย่า ช่วงนี้ในวังจะยุ่งมาก”
ฉู่เสียนชะงักมือที่กำลังถือส้มโอ พลันนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
สีหน้านางชะงักลง ก่อนจะมององค์รัชทายาทด้วยความกังวลทันที “องค์รัชทายาท หม่อมฉันต้องเตรียมของขวัญอะไรหรือไม่เพคะ?”
“ทรงทราบหรือไม่ว่าไทเฮาทรงโปรดสิ่งใด?”
เซียวเสวียนจิ่งนั่งลง ยกถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นจิบ “เสด็จย่าทรงชรามากแล้ว หลายปีมานี้ไม่เห็นว่าทรงโปรดสิ่งใดเป็นพิเศษ มีเพียงการสักการะพระพุทธองค์ที่ยังทรงสนพระทัยอยู่บ้าง”