อีกด้านหนึ่ง สาวใช้ตัวน้อยมองฟางเจาซวิ่นที่นอนซมอยู่ในห้องแล้วอดถอนใจมิได้
นับแต่ถูกฝ่าบาทกักบริเวณ เจ้านายของนางก็สูญสิ้นบารมีไปหมดแล้ว
ยามนี้ฟางเจาซวิ่นผ่ายผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก สีหน้าหม่นหมอง ทว่ายังเอ่ยว่า “จะคิดหาวิธีใดได้อีกเล่า? ข้าจะทำอะไรได้? นางแพศยาฉู่ กับไท่จื่อเฟยนางแพศยานั่น จะยอมให้ข้าเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทหรือ?”
บัดนี้นางมองออกแล้วว่า ในวังแห่งนี้ไม่มีคนดีสักคน ล้วนเป็นพวกแพศยาทั้งสิ้น!
……
ยามบ่าย หวังเฟิ่งอี๋แวะมาที่ตำหนักจิ่นเซียงของฉู่เสียนอีกครั้ง
“มิใช่เรื่องอื่นหรอกเพคะ บ่าวได้ยินมาว่า เฉิงฮุยสกุลซูไปขอเปลี่ยนรถม้ากับเฉินเหลียงหยวนตั้งแต่เช้า บอกว่าไม่พอใจขนาดของรถม้า” หวังเฟิ่งอี๋กระซิบเสียงเบา
ฉู่เสียนรู้สึกประหลาดใจ
