ชิวเยวี่ยก้มลงเก็บตะเกียบที่ตกอยู่บนพื้นอย่างรวดเร็ว «เหนียงเหนียง อย่าทรงกริ้วไปเลยเพคะ ไม่เป็นผลดีต่อพระโอรสในครรภ์ หากกระทบกระเทือนพระโอรสขึ้นมาจะทำอย่างไรเพคะ»
ไท่จื่อเฟยสูดหายใจเข้าลึก ๆ «เจ้าไปส่งคนไปถามฮองเฮาเดี๋ยวนี้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น» จากนั้นตรัสเสียงเย็น «อีกอย่าง ให้ยุบห้องเครื่องเล็กของนางเสีย อย่าดูฐานะตนเองบ้างเลยว่าเหมาะสมหรือไม่»
นางแพศยาฉู่ผู้นั้น ไม่รู้เหตุใด ยามนี้ยิ่งมองก็ยิ่งคล้ายสกุลเสิ่น ช่างได้คืบจะเอาศอกเสียจริง
ชิวเยวี่ยจัดแจงให้บ่าวไปส่งข่าวที่ตำหนักฮองเฮาโดยเร็ว
ทว่าฮองเฮามีปฏิกิริยาเรียบเฉย แม้พระนางจะเพิ่งทราบเรื่องนี้ยามเที่ยงวัน ตอนแรกก็ประหลาดพระทัยอยู่บ้าง แต่ในสายตาของพระนาง ตำแหน่งเจาซวิ่นหาได้สำคัญอันใดไม่
อีกทั้งฮ่องเต้ก็มิได้แต่งตั้งฉู่ซื่อเป็นเหลียงเยวี่ยนหรือเหลียงตี้เสียหน่อย
นางให้กำเนิดบุตรคนนี้ ฮ่องเต้เห็นแก่เด็กแล้วประทานตำแหน่งให้ ก็ให้ไปเถิด
ไท่จื่อเฟยจะร้อนใจไปไย?
ชิวเยวี่ยยังถูกแม่นมข้างกายฮองเฮาอบรมเสียยกใหญ่ «เจ้านี่ก็อีกคน ไท่จื่อเฟยทรงร้อนพระทัย เจ้าไม่คิดห้ามปรามบ้างหรือ เพียงเพราะตำแหน่งเจาซวิ่นก็วิ่งมาถามไถ่ไม่หยุด เรื่องใหญ่โตอันใดกัน»
«ทูลไท่จื่อเฟยให้ทรงวางพระทัย แล้วประสูติพระโอรสให้ปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ ฉู่ซื่อเป็นเพียงคนตัวเล็ก ๆ ไยต้องใส่ใจด้วย»
เดิมทีชิวเยวี่ยคิดจะให้ฮองเฮาตัดสินเรื่องนี้ ท้ายที่สุดกลับต้องกลับไปอย่างหมดสภาพ
เมื่อเห็นดังนั้น แม่นมก็ถอนหายใจยามกลับไป
ฮองเฮาจิบชาแล้วตรัสอย่างกลัดกลุ้มอยู่บ้าง «ฉู่ซื่อมีบุตรก็จริง แต่ด้วยฐานะของนาง บุตรชายก็เป็นองค์รัชทายาทพระองค์น้อยไม่ได้ ไท่จื่อเฟยไม่รู้จะร้อนพระทัยไปไย»
