“ฮ่า ๆ เอาละ ๆ ลุกขึ้นกันเถิด วันนี้เป็นวันมงคล อย่ามัวแต่เกร็งกันอยู่ อยากกินก็กิน อยากดื่มก็ดื่ม”
ฮ่องเต้ชราผู้สวมฉลองพระองค์มังกรสีเหลืองอร่ามหัวเราะเสียงดัง พลางลูบเคราแล้วก้าวฉับ ๆ ผ่านกลางโถงงานเลี้ยงไปตามทางเดินระหว่างโต๊ะทั้งสองแถว
“ทุกคนรีบนั่งลงเถิด”
“ขอบพระทัยในพระกรุณาของฝ่าบาท”
ครั้นองค์รัชทายาทเดินมาถึงโต๊ะของฉู่เสียนก็ชะงักฝีเท้า
เสิ่นเหลียงเยวี่ยนเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้ทันที ทั้งยังลอบทักทายเขาอย่างเงียบเชียบ
องค์รัชทายาทเห็นดังนั้นก็จับมือนางกระชับเบา ๆ
ไท่จื่อเฟยซึ่งประทับอยู่ด้านบนสังเกตเห็นภาพนั้น คิ้วเรียวงามพลันขมวดเข้าหากัน ในใจนึกรังเกียจท่าทีของสกุลเสิ่นอยู่บ้าง
ทำอะไรต่อหน้าธารกำนัลกัน
ยั่วยวนองค์รัชทายาท ไม่รู้สึกน่าขยะแขยงบ้างหรือ
ทว่าไม่นานองค์รัชทายาทก็ไม่ตรัสสิ่งใด ยามเดินผ่านเสิ่นเหลียงเยวี่ยน เขากลับเหลือบมองฉู่เสียนที่อยู่เยื้องไปทางด้านหลัง เห็นนางยังก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อย มุมปากพลันกระตุก ก่อนจะหรี่ตาลง
จากนั้นเขาก็ก้าวยาว ๆ ฝ่าฝูงชน ผ่านเหล่าอนุหลายคนไปตรงโต๊ะของไท่จื่อเฟย แล้วสะบัดชายฉลองพระองค์นั่งลง
“องค์รัชทายาททรงกระหายน้ำหรือไม่เพคะ” ไท่จื่อเฟยยิ้มแย้ม พลางยกถ้วยชาส่งให้ทันที
ชาถ้วยนี้นางให้บ่าวไปเปลี่ยนมาใหม่
เซียวเสวียนจิ่งขานรับแผ่วเบา รับถ้วยชามาจิบคำหนึ่ง แล้วกุมมือไท่จื่อเฟยเป็นสัญญาณให้นางนั่งลง ไม่ต้องยืนอยู่เช่นนั้น
รอยยิ้มบนใบหน้าไท่จื่อเฟยยิ่งกว้างขึ้น นางเหลือบมองเสิ่นเหลียงเยวี่ยนที่อยู่ด้านข้างด้วยแววตาดูแคลน พลางคิดในใจว่า ต่อให้ได้รับความโปรดปรานแล้วอย่างไร