ช่วงนี้องค์รัชทายาทเสด็จมาตำหนักจิ่นเซียงบ่อยขึ้นก็จริง
แต่ก็ไม่อาจค้างคืนได้
ทำให้ระยะนี้พอชุนหยาและชุนเซียงได้ยินว่าองค์รัชทายาทประทับค้างคืนที่เรือนของเสิ่นเหลียงเยวี่ยนหรือเฉินเหลียงหยวน แถมยังเรียกน้ำ ต่างก็ริษยาจนแทบคลั่ง
ฉู่เสียนยิ้มเล็กน้อย “บอกพวกเขาทำอาหารมัน ๆ อร่อย ๆ หน่อย อย่างลูกชิ้นทอดอะไรทำนองนั้น แล้วก็หมูพะโล้”
เพราะครรภ์ใหญ่ขึ้น ช่วงนี้นางพยายามฟื้นฟูร่างกายอย่างไม่ย่อท้อ จนในที่สุดก็หายดีเกือบเจ็ดถึงแปดส่วนแล้ว
ได้กินของดีสักมื้อก็นับว่าไม่เลว
ชุนหยาและชุนเซียงรับคำอย่างยินดี ก่อนออกไป
ทว่าออกไปได้ไม่นาน
ทั้งสองก็กลับมาอีกครั้ง
ฉู่เสียนชะงัก “มีอะไรอีกหรือ?”
ชุนเซียงเดินเข้ามาพลางยื่นรายการแผ่นหนึ่งให้ด้วยสีหน้าฉงน “เมื่อครู่ขันทีหลี่ไห่มาส่งของบางอย่างแล้วก็จากไปอย่างเร่งร้อน บอกว่าองค์รัชทายาทให้พระชายาดูว่ายังขาดสิ่งใดหรือไม่ หากขาดก็ให้บอกไปเพคะ”
รายการหรือ?
ฉู่เสียนรับมา พออ่านจบก็อดยิ้มไม่ได้
“นี่เป็นรายการของสำหรับจัดงานครบเดือนให้เด็กน้อย ความหมายขององค์รัชทายาทคงจะถามว่าข้ายังอยากเพิ่มของอะไรให้ลูกอีกหรือไม่”
ดูจากท่าทีแล้ว
องค์รัชทายาทเตรียมจัดงานครบเดือนให้พระโอรสอย่างยิ่งใหญ่
ชุนหยาและชุนเซียงชะงัก สีหน้าพลันเผยความยินดี “จริงหรือเพคะ?” ทั้งสองยิ้มด้วยความดีใจ
“เช่นนั้นก็ดียิ่ง”
แต่ฉู่เสียนไม่ได้เพิ่มของลงไปมากนัก เพราะนางไม่เข้าใจธรรมเนียมจัดงานครบเดือนในสมัยโบราณ
เด็กต้องใช้สิ่งใดบ้าง
นางแทบไม่รู้เลย
จึงเขียนเพิ่มไปสองอย่างตามใจ แล้วให้คนนำไปส่งในวันรุ่งขึ้น
