มีเพียงฉู่เสียนเท่านั้นที่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น แต่นางย่อมไม่เอ่ยปากบอกผู้อื่นให้มากความ
เมื่อไท่จื่อเฟยเห็นว่าผู้คนทยอยมาถึงกันเกือบครบแล้ว จึงพาทุกคนออกเดินทางไปยังตำหนักของฮองเฮา
วันนี้เป็นเทศกาลไหว้พระจันทร์
ในวังประดับประดาโคมไฟและผ้าแพรสีสันสดใส
ทุกแห่งหนล้วนแดงฉานเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรื่นเริง
ได้ยินว่าคืนนี้ฮองเฮาทรงเตรียมกิจกรรมปล่อยโคมไว้ด้วย หลังรับประทานอาหารเย็นแล้ว ทุกคนจะไปปล่อยโคมเล่นกันในทะเลสาบแถบอุทยานหลวง
“ไท่จื่อเฟยมาถึงแล้ว รีบเข้ามานั่งเถิด”
วันนี้ไทเฮาไม่ประทับอยู่ที่นี่ ผู้เป็นใหญ่ในวังฝ่ายในจึงเป็นฮองเฮา
เมื่อเห็นคนจากตำหนักบูรพามาถึงกันแล้ว ฮองเฮาก็รีบสั่งบ่าวให้เข้าไปประคองไท่จื่อเฟยนั่งลง พลางมองครรภ์ของนางอย่างระมัดระวัง “ระวังอย่าให้กระทบกระเทือน อีกไม่นานผู้คนก็จะมากันแน่นขนัดแล้ว”
แววตาของไท่จื่อเฟยไหววูบ ทว่าพริบตาต่อมาก็คลี่ยิ้ม “เสด็จแม่โปรดวางพระทัย”
ฉู่เสียนรอจนสกุลเฉินกับสกุลเสิ่นนั่งลงเรียบร้อย จึงค่อยนั่งตาม
พระชายาองค์ชายสามเห็นดังนั้นก็ยิ้มเอ่ย “น้องสะใภ้ห้า ตั้งครรภ์ได้กี่เดือนแล้วหรือ?”
ไท่จื่อเฟยเงยหน้า “สี่เดือนกว่าแล้ว”
พระชายาองค์ชายสามทอดถอนใจ “แต่ท้องยังไม่ค่อยออกเลยนี่ กินน้อยเกินไปหรือไม่ ควรบำรุงร่างกายให้มากกว่านี้ คนตั้งครรภ์จะผอมเกินไปไม่ได้”
สีหน้าของไท่จื่อเฟยชะงักไปเล็กน้อย แต่ไม่นานก็ยิ้มอีกครั้ง “ขอบพระทัยพระชายาองค์ชายสามที่เป็นห่วง ข้าจะดูแลตนเองให้ดี”
ฉู่เสียนกวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนก้มหน้าดื่มชาเงียบ ๆ