“โลกนี้ช่างไม่เปิดโอกาสให้โชคช่วยแม้แต่น้อยจริง ๆ...”
กัวเสียงเผยรอยยิ้มขมขื่น ทว่าฝีเท้ากลับไม่ลังเล ร่างของเขาหักเลี้ยวกลางอากาศอย่างพิสดาร ก่อนจะพุ่งหนีไปในทิศตรงข้ามกับค่ายพัก
“ไอ้เศษสวะ! คิดว่าจะหนีรอดหรือ?!”
เสียงตวาดเกรี้ยวกราดดังมาจากด้านหลัง
ศิษย์สำนักกลืนจันทร์ทั้งสามเร่งวิชาตัวเบาจนสุดกำลัง กระจายกำลังอ้อมเข้าประกบจากปีกทั้งสองด้าน ปิดกั้นทุกเส้นทางที่กัวเสียงจะใช้หนีไปยังค่ายพักของสำนักอื่น
เมื่อเส้นทางถอยถูกตัดขาด กัวเสียงจึงทำได้เพียงอาศัยแนวเขา พุ่งลึกเข้าไปในภูเขาเยี่ยนโหลว
ทั้งสามคนไล่ตามไม่ลดละ ระยะห่างค่อย ๆ แคบลงทีละน้อย
“โฮก!”
จังหวะที่ทั้งสามกำลังจะล้อมเขาไว้ เสียงคำรามต่ำพลันดังมาจากพุ่มไม้
กิ้งก่าหางยักษ์ระดับหนึ่งขั้นกลาง ลำตัวยาวเกือบ 2 จั้ง เกล็ดแข็งสีดำสนิทปกคลุมทั่วร่าง พลันตวัดหางกวาดออกมาอย่างรุนแรง!
ศิษย์ขั้นฝึกลมปราณชั้นสี่ที่อยู่ซ้ายสุดจดจ่ออยู่กับกัวเสียงเพียงอย่างเดียว ไหนเลยจะคาดคิดว่ามีอสูรดุร้ายเช่นนี้พุ่งออกมาจากที่ซ่อน!
เขาถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว กระทั่งม่านพลังคุ้มกายก็ยังไม่ทันกางออกได้เต็มที่
กร๊อบ!
เสียงกระดูกแตกละเอียดพลันดังขึ้น!
แสงโลหิตคุ้มกายของศิษย์สำนักกลืนจันทร์ผู้นั้นแตกสลายในพริบตา แรงมหาศาลฟาดร่างเขาขาดเป็นสองท่อนตรงเอว!
“ศิษย์น้องโจว!”
ศิษย์อีกสองคนเห็นดังนั้นก็หน้าถอดสีพร้อมกัน อสูรในภูเขาเยี่ยนโหลวคลุ้มคลั่งกันไปหมดแล้วจริง ๆ!
“อย่าไปสนใจเดรัจฉานนั่น! ตามไป! ไอ้หนุ่มนั่นอยู่ข้างหน้าแล้ว ฆ่ามันแล้วเอาศพมา จากนั้นพวกเราค่อยไป!”
