กัวเสียงขยับหลบไปด้านข้างอย่างเงียบเชียบ เดินชิดกำแพงไปได้ไม่กี่สิบจั้ง จู่ ๆ ก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น
บนถนนเบื้องหน้า ผู้บำเพ็ญชุดดำคนหนึ่งล้มอยู่กับพื้น กุมเอวร้องโหยหวนจนคนทั้งถนนได้ยิน
“ถุงเก็บของของข้า! ถุงเก็บของของข้า!”
เงาร่างหนึ่งเบียดผ่านข้างกายเขา ก่อนจะมุดหายเข้าไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว
ผู้บำเพ็ญคนนั้นคลานไปข้างหน้าสองก้าว ใบหน้าแดงก่ำ คิดจะตามไปแต่ก็เหลือบมองรอบด้าน สุดท้ายทำได้เพียงกุมศีรษะ ย่อตัวลงกับพื้นโดยไม่ขยับไปไหน
ผู้คนบนถนนบางส่วนเดินเลี่ยง บางคนเหลือบมองแล้วก็เดินต่อ แม้แต่ฝีเท้าก็ไม่ช้าลง
หัวใจกัวเสียงหนักอึ้ง กลางวันแสก ๆ แถมยังอยู่บนถนนสายใหญ่ ต่อหน้าผู้คนมากมาย กลับมีคนชิงถุงเก็บของจากผู้บำเพ็ญไปต่อหน้าต่อตา โดยไม่มีใครสนใจสักคน
เขารู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง จำต้องหาที่ซุกหัวนอนแล้วหลบซ่อนตัวเสียก่อน
แต่กัวเสียงเดินเร็วขึ้นได้ไม่กี่ก้าวก็พลันชะลอฝีเท้า เพราะพบว่าไม่มีใครมองเขาเลย
สายตาที่คอยจับจ้องผู้คนจากมุมมืดกวาดผ่านตัวเขาเพียงครู่เดียวก็เบือนหนีไป
เขาจึงค่อยคลายใจลงบ้าง แล้วมุ่งหน้าไปตามทิศทางที่ชายหนุ่มบอกไว้
เดินผ่านถนนสองสาย อ้อมตลาดขายหญ้าวิญญาณ แล้วเลี้ยวผ่านบ่อนพนันที่อึกทึกแห่งหนึ่ง ในที่สุดก็เห็นป้ายร้านบนถนนที่เงียบสงบกว่าเล็กน้อย
หอซ่าหลิง
ตัวอาคารกว้างขวาง ประตูสีชาดสองบานตั้งตระหง่าน ด้านหน้ามีรูปสลักสัตว์หินสองตน
กัวเสียงจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ลูบผมสองสามที ก่อนก้าวขึ้นบันได
ด้านในประตู เด็กหนุ่มเสมียนเอนกายอยู่บนเก้าอี้สูงหลังโต๊ะคิดเงิน สอดมือไว้ในแขนเสื้อ ดวงตาหรี่ปรือ