รุ่งเช้าวันถัดมา เมื่อแสงตะวันสาดส่อง กัวเสียงชะโงกมองผ่านช่องหญ้าขึ้นไป ก่อนออกเดินทางมุ่งหน้าไปทางตะวันออก
คราวนี้เขาไม่ได้ใช้ก้าววิญญาณเหินอีก แต่ระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง แทบจะเคลื่อนตัวเลียบไปกับพื้นดิน มุ่งไปยังทิศที่ดวงอาทิตย์ขึ้น
ใครจะคิดว่าเพิ่งผ่านไปครึ่งชั่วยาม เบื้องหน้าก็มืดลงฉับพลัน
กัวเสียงเงยหน้าขึ้น เห็นเงาแสงสองกลุ่มกำลังพุ่งเข้าหากันอย่างรวดเร็วบนท้องฟ้า นั่นคือสัตว์อสูรระดับสองสองตัว!
เขารีบหมอบนิ่งกับพื้น ไม่กล้าขยับแม้แต่ศีรษะ
ตูม!
เงาแสงทั้งสองพุ่งชนกันกลางอากาศ คลื่นอากาศที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าระเบิดออกเป็นวง ก่อนกดกระแทกลงมาจากทุกทิศทาง
ยอดไม้เอนลู่ลงพร้อมกัน พื้นดินพลันสะเทือนพลิกตลบ
กัวเสียงถูกแรงมหาศาลซัดกระเด็นไปทั้งคนทั้งหญ้า กระแทกเข้าใส่พุ่มไม้หนาทึบอย่างแรง
“แค่ก!”
เสียงตูมครั้งที่สอง ตามด้วยครั้งที่สาม... เงาร่างทั้งสองพัวพันต่อสู้พลิกกลิ้ง ลูกไฟพุ่งกระหน่ำลงมาทีละลูก จนไฟลุกโหมเป็นหย่อม ๆ ทั่วป่า
กัวเสียงหมอบอยู่บนพื้น ศีรษะอื้ออึงไปหมด ได้แต่กอดต้นไม้เล็กข้างกายไว้แน่น
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด อาจเป็นหนึ่งชั่วยามก็ได้ กว่าเขาจะคลานออกมาจากกองโคลน สภาพรอบด้านก็พังยับเยินไปหมดแล้ว
ต้นไม้ใหญ่หลายสิบต้นหักโค่นกลางลำต้น พื้นดินเละราวกับถูกไถพรวนมาแล้วรอบหนึ่ง
กัวเสียงปาดโคลนบนใบหน้า แล้วกวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง ก่อนจะเห็นหลุมใหญ่ห่างออกไปทางเบื้องหน้าราวร้อยจั้ง ภายในดูคล้ายมีบางสิ่งนอนอยู่ เป็นก้อนดำทะมึนขนาดใหญ่
