เหงื่อค่อย ๆ ผุดขึ้นบนแผ่นหลังของกัวเสียง เขาไม่กล้าพูดจาส่งเดชอีก
จงโส่วลี่พยุงกำแพงหินไว้ แสงจันทร์ลอดผ่านช่องว่างระหว่างเถาวัลย์ ส่องให้เห็นใบหน้านางเพียงครึ่งเดียว ส่วนอีกครึ่งจมอยู่ในความมืด
“เจ้า...เข้ามา”
กัวเสียงไม่ขยับ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ยอมฟัง แต่ผู้อาวุโสท่านนี้มีท่าทีผิดปกติเกินไป มองแล้วชวนให้ใจสั่นหวาดหวั่น
“ผู้อาวุโส”
เขาเอ่ยอย่างระมัดระวัง “ท่านบาดเจ็บหรือไม่? ผู้น้อยมียาห้ามเลือด...”
“ข้าถามว่าเจ้าชื่ออะไร?”
หัวใจกัวเสียงกระตุกวูบ เขาก้มหน้าประสานมือกล่าวว่า “ผู้น้อยชื่อหมิงซิว”
“หมิงซิว?”
จงโส่วลี่พึมพำทวนหนึ่งครั้ง ไม่รู้ว่าจำได้หรือไม่ “ข้าต้องการให้เจ้าช่วยอะไรสักอย่าง...ได้หรือไม่? เมื่อช่วยเสร็จแล้ว ข้าจะส่งเจ้าออกจากแดนเถื่อนด้วยตนเองแน่นอน”
หัวใจกัวเสียงเต้นแรงขึ้นมา เขาตอบแทบจะในทันทีโดยไม่ลังเล “ได้! ผู้อาวุโสต้องการให้ผู้น้อยทำอะไร โปรดสั่งมาได้เลย!”
อีกฝ่ายมีสภาพเช่นนี้ น่าจะถูกพิษ เขาเองก็รู้วิชาถอนพิษ งานนี้คงช่วยไม่ยากนัก
“ดี เข้ามา”
เสียงของจงโส่วลี่แผ่วลงอีก “เข้ามาใกล้ข้าอีกหน่อย”
กัวเสียงทำตาม เดินไปข้างหน้าสองก้าว ทว่าก้าวที่สามยังไม่ทันแตะพื้น มือข้างหนึ่งก็จับคอเสื้อด้านหน้าของเขาไว้
นิ้วมือจงโส่วลี่ค่อย ๆ กำแน่นขึ้น นางยังลังเลอยู่ว่าจะเลือกเจ้าหนุ่มนี่ดีหรือไม่
“ผู้อาวุโส?”
กัวเสียงเอ่ยอย่างกระวนกระวาย “ท่านถูกพิษหรือไม่? ผู้น้อยพอจะรู้วิชาถอนพิษอยู่บ้าง...”
“ข้าถูกพิษจริง”
จงโส่วลี่พูดเสียงเบา “พิษนี้เป็นพิษหยินจากงูท้อกลืนกินคู่แฝด มีวิธีถอนพิษเพียงวิธีเดียว”
