สวี่ชิงชานถูกด่าจนหูชาอีกครั้ง ส่วนสวี่หลินเดินทางไปโรงพยาบาลโดยมีเจ้ากั๋วตงไปเป็นเพื่อน
หลังจากล้างแผลและเย็บแผลเสร็จ พยาบาลสาวก็หน้าแดงก่ำ หายใจหอบถี่ ขณะพันแผลให้เขา
ส่วนหมอสาวที่เย็บแผลให้เขายังคงใช้กระดาษทิชชูเช็ดเลือดกำเดาอยู่
“หุ่นแบบนี้ฝึกยังไงกันเนี่ย สมบูรณ์แบบเกินไปแล้ว”
“พวกเธอ ฉันรู้สึกว่าต้นขาร้อนผ่าวไปหมดแล้ว”
“ทำยังไงดี ฉันแทบยืนไม่ไหวแล้ว”
“พี่ตำรวจจราจรคนนั้นมีแฟนหรือยัง ฉันอยากมีลูกกับเขาสักครอก”
“เสี่ยวลี่ เธอไม่ใกล้จะแต่งงานแล้วเหรอ”
“แต่งบ้าอะไรล่ะ ให้ไอ้สารเลวนั่นไสหัวไปให้ไกล ๆ ฉันไม่แต่งแล้ว”
“หุ่นแบบนี้ ต่อให้เป็นหัวหน้าพยาบาลก็แทบอดใจไม่ไหว อยากพุ่งเข้าใส่แล้วนะ”
“ไปสิ พวกเราไปลูบพร้อมกันเลย”
……
สวี่หลินตั้งใจจะพักต่ออีกสักหน่อย แต่ทนฟังคำพูดหื่นกระหายเหล่านั้นไม่ไหว จึงหนีออกจากโรงพยาบาลไปอย่างลนลาน
เจ้ากั๋วตงพูดว่า “พูดกันตามตรง หุ่นแกนี่เยี่ยมจริง ๆ ด้อยกว่าตอนฉันหนุ่ม ๆ แค่นิดเดียวเอง”
สวี่หลิน “……”
“หัวหน้าเจ้า แล้วทำไมคุณไม่ไปอยู่ฝ่ายสืบสวน มาทำงานที่กองจราจรทำไม”
เจ้ากั๋วตงหน้าเคร่งลง “ไอ้เด็กเวร คุยกันดี ๆ หน่อยได้ไหม”
สวี่หลิน “เมื่อกี้ยังเรียกผมว่าบรรพบุรุษอยู่เลย ทำไมตอนนี้กลายเป็นไอ้เด็กเวรแล้วล่ะ”
เอี๊ยด!
รถเกือบพุ่งชนต้นไม้ใหญ่ข้างทางเข้าแล้ว
หลายวันต่อมา เจ้ากั๋วตงคอยคุมสวี่หลินไว้ ไม่ยอมให้เขาไปไหนทั้งนั้น
ช่วยไม่ได้ ถ้าปล่อยเขาออกไปแล้วเกิดจับคนร้ายขึ้นมาอีก แผลของเขาคงไม่มีทางหายแน่
