“ในที่สุดก็ขยับแล้ว” สวี่หลินมองร่างของหวังฉีที่กำลังเคลื่อนไหว ใบหน้าพลันเผยแววตื่นเต้น
เขาชอบความรู้สึกแบบนี้ ความรู้สึกของการล่า
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังควบคุมเส้นทางการเคลื่อนไหวของเหยื่อได้อย่างแม่นยำ ราวกับกำลังไล่ล่าจากมุมมองของพระเจ้า ความรู้สึกที่ควบคุมทุกสิ่งได้เช่นนี้ทำให้แทบหยุดไม่ได้
หวงเหวยหานเห็นเขาผุดลุกขึ้นนั่ง ก็เงยหน้ามองอย่างงุนงง
ทั้งสองคนเบื่อมาทั้งบ่ายแล้ว ช่วยไม่ได้จริง ๆ คนของหลี่อี้เฉวียนที่อยู่ข้างนอกจับตาดูทุกความเคลื่อนไหวของพวกเขาอย่างใกล้ชิด ชวนให้หงุดหงิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
“ไม่มีอะไร ผมแค่กำลังคิดว่าหวังฉีจะลงมือยังไง”
เขาขมวดคิ้ว เรื่องของหวังฉีกับชือเจี้ยนหลงเขาเล่าให้หวงเหวยหานฟังแล้ว ทั้งยังบอกชัดเจนว่าคนสองคนนี้คือเป้าหมายของพวกเขา
แต่ตอนนี้เขากลับเริ่มร้อนใจขึ้นมา
เขาติดตามเส้นทางของหวังฉีได้ แต่เพราะเป็นเวลากลางดึก รอบด้านมืดสนิท เขาจึงไม่อาจรู้ได้ว่ารอบตัวหมอนั่นมีคนอยู่กี่คน
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบโทรศัพท์เครื่องหนึ่งออกมา
นี่ไม่ใช่โทรศัพท์ของเขา แต่เป็นเครื่องที่เซี่ยเหวยไห่แอบส่งให้ก่อนจากไป
ในเมื่อกำลังจะลงมือ ข้อมูลจากคนที่เคยเข้าไปในศูนย์ดูแลสุขภาพด้วยตัวเองอย่างเซี่ยเหวยไห่ย่อมจำเป็น
แต่สิ่งที่เซี่ยเหวยไห่ไม่รู้ก็คือ สวี่หลินมีมากกว่าแค่ข้อมูล
เขากดโทรหาเซี่ยเหวยไห่
“ฮัลโหล ผู้กำกับเซี่ย เป็นยังไงบ้างครับ” สวี่หลินเอ่ยถาม