ค่ำคืนนั้น เฟิงเย่กลับมามหาวิทยาลัยด้วยรถยนต์หลังจากไปสังสรรค์กับเพื่อนสนิท
เขาจอดรถที่ลานจอดรถเสียเงินซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหอพัก กวาดตามองอย่างไม่ใส่ใจแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว
เฟิงเย่มองเห็นโหยวฝูกับผู้ชายคนหนึ่งกำลังยื้อยุดกันอยู่แต่ไกล
โดยที่เขาไม่ทันรู้ตัวว่าความคุ้นเคยกับรูปทรงของโหยวฝูนั้นเกินปกติ แม้ถูกชี้ให้รู้เขาก็ไม่ใส่ใจ คงได้แต่บอกว่าใต้แสงไฟสลัวในยามค่ำคืนที่ยังเปล่งประกายได้นั้น นอกจากโหยวฝูแล้วเขาไม่เคยเห็นใครเป็นคนที่สอง
ราวกับจะใช้อธิบายเหตุผลที่เขามักจำโหยวฝูได้ในฝูงชนแค่เพียงมองแวบเดียว แต่เหตุผลนั่นกลับกลายเป็นว่ายิ่งอธิบายยิ่งฟังดูมีลับลมคมใน
ก่อนจะรู้ตัว เฟิงเย่ก็เดินเข้าไปหาแล้ว
ในฐานะคนที่มีศีลธรรมพื้นฐาน ต่อให้เจอผู้หญิงแปลกหน้าถูกผู้ชายตื้อ เฟิงเย่ก็ไม่มีทางอยู่เฉยได้หรอก
ไม่ต้องพูดถึงว่าเป็นโหยวฝู
ยิ่งเมื่อเดินเข้าไปใกล้แล้วเห็นว่าคนที่จับข้อมือโหยวฝูคือฉู่หยุนเสียน
เฟิงเย่ดีใจที่วันนี้เขากลับมาได้ถูกจังหวะเหลือเกิน
“ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้นะ”
โหยวฝูได้ยินเสียงนี้ก็ชะงักไป หันมามองทั้งเหม่อลอย
