บรรยากาศในห้องนั่งเล่นตึงเครียด
หลังจากเข้าใจจุดประสงค์ที่ลู่หยุนเย่มาหา สีชมพูระเรื่อบนแก้มของโหยวฝูก็จางหายไปสิ้น ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาแบบเอาแต่ใจ
เธอที่เดิมนั่งซบอยู่ข้างลู่หยุนเย่ก็ขยับหนีออกไปเป็นระยะทางหนึ่ง
“คุณดูถูกฉัน”
โหยวฝูมองลู่หยุนเย่ด้วยแววตาผิดหวัง
ลู่หยุนเย่ไม่เข้าใจว่าเธอสรุปผิดๆ แบบนี้ได้อย่างไร
ลู่หยุนเย่: “ผมเปล่านะ”
โหยวฝู: “คุณนั่นแหละ ถ้าคุณให้เกียรติอาชีพของฉันจริง ทำไมถึงบอกให้ฉันเลิกไลฟ์สด”
ลู่หยุนเย่ยกมือขึ้นคลึงหว่างคิ้ว: “มันคนละเรื่องกัน”
โหยวฝูตอบด้วยน้ำเสียงโกรธ: “มันเรื่องเดียวกันนั่นแหละ ฉันบอกคุณแล้วไงว่าอย่าดูไลฟ์สดของฉัน ทำไมคุณถึงยังดู!”
ในตอนแรกลู่หยุนเย่ตั้งใจที่จะไม่ดูจริงๆ ถึงแม้ว่าเขาจะอยากรู้มากว่าแฟนสาวตัวน้อยน่ารักของเขามีคอนเทนต์อะไรตอนไลฟ์ มีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง
ตอนที่จูชิงอินมาติดต่อลู่หยุนเย่ เขาค่อนข้างแปลกใจ
เมื่อเธอส่งต่อข้อความน่ารังเกียจพวกนั้นของหวังหมิงหยวนให้เลขาหลี่ และมันตกมาถึงสายตาเขา ลู่หยุนเย่ก็รู้สึกโกรธอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ก็แค่ผู้ชายกระจอกงอกง่อยคนหนึ่ง มีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์โหยวฝู
ผู้ชายคนนี้มันเป็นตัวอะไรกัน? มีแค่ปากเหม็นๆ ที่ใครก็จัดการได้ตลอดเวลา แม้แต่ตายไปก็ไม่มีใครสนใจ
ภายนอกลู่หยุนเย่มีภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบ เป็นตัวแทนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ดีเด่นมาหลายปี แต่ในกระดูกเขาแล้วเขาก็ยังคือนายทุนเลือดเย็น ที่ความเมตตาถูกบีบจนแทบไม่เหลือ
หวังหมิงหยวนล้ำเขตต้องห้ามที่ลู่หยุนเย่ไม่มีทางยอมให้ใครแตะต้อง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า จุดจบของเขาไม่ใช่แค่ 'ลาออกโดยสมัครใจ' เท่านั้น
