ไป๋เหอประหลาดใจไปชั่วขณะ
ไม่ได้รู้สึกผิดมากนัก เพราะยังไงมันก็แค่เสื้อตัวเดียว
แต่โหยวฝูกลับทำหน้านิ่วคิ้วขมวด จนเห็นได้ชัดว่าไม่พอใจอย่างมาก
ไป๋เหอรู้สึกสงสารเธออยู่บ้าง ที่แท้ก็ใจร้อนถึงเพียงนี้ ถึงกับทำสีหน้าไม่ดีใส่คุณชายใหญ่ พื้นฐานของพวกคุณชายเหล่านี้คือความหยิ่งยโสที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยเงินทอง ไม่ว่าปกติจะดูเป็นกันเองแค่ไหน แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะยอมให้ใครมาตั้งคำถามกับตน
สิ่งที่ไป๋เหอต้องทำก็แค่เติมเชื้อไฟเล็กน้อย เธอกล่าวขอโทษโหยวฝูว่า “ขอโทษด้วย ฉันไม่รู้ว่าเสื้อตัวนี้มีความหมายพิเศษ ฉันจะถอดเดี๋ยวนี้”
โหยวฝูเดิมทีก็ไม่ได้โกรธขนาดนั้น แต่พอไป๋เหอทำแบบนี้ เธอแทบจะโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
เธอมองไป๋เหออย่างไม่เชื่อสายตา ไป๋เหอวางมือไว้ที่ชายเสื้อแล้วทำท่าจะถอด
โหยวฝูลุกพรวดขึ้น “เธอจะทำอะไรน่ะ ทำเหมือนว่าฉันกำลังแกล้งเธออยู่ ฉันถามกู้ยี่ปั๋ว ไม่ได้พูดถึงเธอเลย”
ไป๋เหออธิบายอย่างเย็นชาว่า “เพราะฉันใส่เสื้อของเพื่อนกู้โดยพลการ เรื่องมันก็เลยเกิดขึ้นเพราะฉัน”
กู้ยี่ปั๋วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “แล้วทำไมก่อนใส่ไม่ถามสักคำล่ะ? การหยิบใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของมันคือการขโมย เธอไม่เข้าใจแม้แต่เหตุผลแค่นี้หรือไง”
ปฏิกิริยาของกู้ยี่ปั๋วไม่เหมือนกับที่ไป๋เหอคาดไว้
การถูกผู้ชายดุด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดแบบนี้ มันผ่านมานานแค่ไหนแล้ว?
ความอับอายที่ถาโถมท่วมท้นไป๋เหอ ไม่ใช่เพราะรู้สึกผิดที่เธออาจทำผิด แต่เป็นความขุ่นเคืองที่กลเม็ดที่ใช้ประจำเกิดไม่เป็นผลขึ้นมา
