ตอนหนึ่ง
หนึ่งทุ่ม รถของเยี่ยนจวีเหวยแล่นเข้ามาจอดในลานจอดรถของร้านอาหาร
โหยวฝูนั่งแหมะอยู่บนเบาะ ไม่ยอมลงจากรถ “คุณขึ้นไปเตือนพวกเขาก่อน เอาโทรศัพท์ไปด้วย เปิดลำโพงไว้ ฉันจะขึ้นไปหลังจากได้ยินคุณเตือนพวกเขาเสร็จแล้ว”
เยี่ยนจวีเหวยอ้ำอึ้งอีกครั้ง
โหยวฝูตำหนิอย่างไม่พอใจ “คุณเป็นแบบนี้ตลอด ฉันรู้สึกว่าคุยกับคุณทีไร คุณก็ตอบฉันด้วยจุดไข่ปลาอยู่เรื่อย”
ถึงตามทฤษฎีจะมองไม่เห็นจุดไข่ปลาก็เถอะ แต่บ่อยครั้งโหยวฝูกำลังพูดอยู่ดี ๆ เยี่ยนจวีเหวยก็เงียบไปอย่างผิดปกติ
พอเกิดขึ้นหลายครั้งเข้า โหยวฝูก็เริ่มขุ่นเคือง “คุณคิดว่าถ้าฉันพูดมากขึ้น ฉันก็จะไม่เหมือนเธอแล้วใช่ไหม”
เยี่ยนจวีเหวย “...ฉันไม่ได้คิดว่าคุณเหมือนใคร คุณก็คือคุณ”
โหยวฝูทำเหมือนไม่ได้ยิน จมอยู่กับตรรกะของตัวเอง “คุยกับฉันแล้วน่าเบื่อมากหรือไง”
คราวนี้เยี่ยนจวีเหวยตอบเร็วเป็นพิเศษ แถมยังตอบโดยไม่ต้องคิด “เป็นไปได้ยังไง ฉันชอบฟังคุณพูด”
พอพูดจบ เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าแม้แต่ตัวเองก็ไม่คิดว่าจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา
คำว่า “ชอบ” หลุดออกจากปากไปเสียแล้ว ทั้งที่เขาตั้งใจแค่จะเป็นคุณหนูผู้รับจ้างที่เย็นชาเท่านั้น
พอมองไปทางโหยวฝูอีกครั้ง เธอกลับไม่เก็บคำพูดของเขามาใส่ใจสักนิด ราวกับไม่ได้ยินอะไรเลย
“เอาเป็นว่าคุณไปคุยกับพวกเขาก็แล้วกัน”
โหยวฝูต้องได้ยินกับหูตัวเองถึงจะวางใจ “คุณก็รู้ว่าฉันรับแรงกดดันทางใจไม่ค่อยไหว ถ้าพวกเขาเยาะเย้ยฉันต่อหน้า ฉันอาจร้องไห้ก็ได้ ถึงตอนนั้นคนที่เสียหน้าก็คือคุณ”
เยี่ยนจวีเหวยคิดไม่ตกจริง ๆ ว่าถ้าโหยวฝูร้องไห้ แล้วเขาจะเสียหน้าไปด้วยได้อย่างไร
