เซียนเค่อไหลไม่ได้เห็นข้อความส่วนตัวของเฮ่าตงเซิงในทันที เขากำลังนั่งจิบกับเพื่อนในบาร์ ปิดเสียงมือถือวางไว้ข้าง ๆ
ระหว่างพูดคุย เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู ส่งคาร์นิวัลให้โหยวฝู 100 อัน เผื่อเด็กสาวจะคิดว่าเขาลืมเธอ แล้วงอแงใส่ทีหลัง
ซังซือหลี่มองการกระทำของเขาแล้วอดขำไม่ได้ “ยังเล่นไลฟ์สดอยู่อีกเหรอ? คราวนี้ไปดูหนุ่มบ้านนอกท่าทางกำยำคนไหนอีกล่ะ?”
ซังซือหลี่กับเฉินสวีไหลรู้จักกันมาหลายปี นับเป็นเพื่อนที่พูดคุยกันถูกคอไม่กี่คน
ซังซือหลี่ไม่ค่อยเข้าใจงานอดิเรกดูไลฟ์สดของเฉินสวีไหล โดยเฉพาะการที่เขาดูสตรีมเมอร์ผู้ชาย เมื่อก่อนซังซือหลี่เคยถามว่ามันมีอะไรน่าดู เขาก็บอกเรียบ ๆ ว่าเป็นการสัมผัสชีวิตแบบหนึ่ง
ช่วงนี้เหมือนเพื่อนสนิทจะหมดความสนใจในงานอดิเรกนี้ไปแล้ว ซังซือหลี่ยังนึกว่าเขาสัมผัสชีวิตพอแล้ว ที่ไหนได้กลับมาอีก ยิ่งกว่าเดิมอีก อย่างน้อยเมื่อก่อนเฉินสวีไหลไม่เคยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปาของให้สตรีมเมอร์ระหว่างนัดเจอเพื่อน
แต่พอเห็นหน้าจอมือถือของเฉินสวีไหลแล้ว ซังซือหลี่ก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น
บนหน้าจอไม่ใช่ชายอ้วนหน้าเหมือนพระสังกัจจายน์ หรือหนุ่มหนวดรุงรังสร้างกระท่อมไม้กลางแจ้ง
บนพื้นหลังสไตล์ฝันหวานสีชมพูอมเหลือง มีรูปอวตารของเด็กผู้หญิงเปิดไมค์อยู่แปดคน
บางรายเป็นรูปคนจริงที่แต่งเกินจริงไปหน่อย บางรายเป็นหัวการ์ตูนอนิเมะหรือรูปสัตว์น่ารัก ๆ
“นายดูอะไรอยู่?”
เรื่องนี้เกินความเข้าใจของซังซือหลี่ไปหน่อย
เฉินสวีไหล “ห้องแชทเสียง”
ซังซือหลี่รออย่างอดทน ก็ไม่ได้คำอธิบายอะไรต่อ เขาพาลรู้สึกระอา
“นายพูดแค่สามคำฉันจะไปรู้เรื่องได้ไง?”
เฉินสวีไหลจิบเตกีล่าพลางขยับนิ้ว คาร์นิวัลอีก 200 อันก็ส่งออกไป “นายก็ไม่ได้เล่น จะต้องรู้อะไร?”
