“เป็นอะไร ทำไมดูไม่มีความสุขเลย”
ดวงตาสีเข้มของซืออู้จ้องเขม็งมาที่โหยวฝู
แม้จะรู้จักกับซืออู้มานาน แต่บางครั้งโหยวฝูก็ยังรู้สึกขนลุกเมื่อถูกเขามองแบบนี้
“ฉัน... ฉันไม่มีความสุขอยู่แล้ว”
โหยวฝูเอนหลังพิงโซฟา
“เธอบอกว่าเห็นฉันสำคัญ คิดถึงทุกวันไม่ใช่เหรอ”
ซืออู้ตัดคำว่า “พวก” ทิ้งไปโดยอัตโนมัติ ทำให้อีกสองคนมองมาอย่างรังเกียจ แต่เขาทำเป็นไม่เห็น
“ถ้าอย่างนั้น เธอจะไม่ดีใจเหรอที่ได้เจอกันทุกสัปดาห์ หรือที่เคยพูดไว้ทั้งหมดมันโกหก”
โหยวฝูเชิดคอขึ้นแล้วฮึดฮัดโต้ “ฉันไม่ได้โกหกสักหน่อย”
ดวงตากลมโตของเธอกลอกไปมา “ก็เพราะฉันพูดว่าคิดถึงก่อน เธอถึงบอกว่าจะเจอกันทุกสัปดาห์ ฉันเลยไม่เห็นค่าสิ! ของที่ต้องขอ ฉันไม่เอา คิดว่าฉันเป็นขอทานรึไง ฉันก็มีอารมณ์เป็นนะ!”
พูดไปพูดมา ไม่รู้ว่าซืออู้เชื่อหรือเปล่า แต่โหยวฝูกลับโน้มน้าวตัวเองได้
ซืออู้พูด “ถ้าจำไม่ผิด ทุกสัปดาห์ฉันถามนะว่าเธออยากมาเล่นไหม หรือไม่ฉันก็จะไปหา แต่เธอก็บอกว่าไม่ว่างตลอด อาศัยวันนี้แหละ ฉันอยากถามจริง ๆ ว่าเธอยุ่งอะไรอยู่”
“......”
นี่มันไม่ถูกแล้วนะ ทำไมกลายเป็นเขาซักไซ้เธอล่ะ
บทนางร้ายนี่เล่นยากเกินไปแล้ว โหยวฝูเริ่มอยากเลิกแสดง เธอเหมาะจะเป็นพวกบ้าความรักที่คลั่งไคล้แต่หนุ่มหล่อมากกว่า
จู่ ๆ โหยวฝูก็หมดอารมณ์จะเล่นกับเพื่อนซี้พวกนี้ คิดว่ามองหนุ่มพวกนี้ไปนาน ๆ ก็แค่นั้น ไม่สู้รุ่นน้องทำหน้าเย็นชาที่ดูแล้วสบายตา
ก็จริงอย่างว่า คนเราย่อมชอบของใหม่เบื่อของเก่า เธอก็แค่ทำผิดที่ผู้หญิงทั้งโลกทำกัน
ว่าไปแล้ว ปากรุ่นน้องนี่จูบดีจริง ๆ
แล้วก็นิ้วยาวด้วย
ข้อนิ้วชัด
แค่มองเส้นเลือดที่หลังมือ สาวน้อยฝูฝูก็มีปฏิกิริยาสะท้อนกลับแล้ว
นึกถึงแฟนหนุ่มแล้ว จู่ ๆ โหยวฝูก็รู้สึกว่าหัวใจว่างเปล่า ทนอยู่ต่ออีกวินาทีไม่ได้ เธอหาข้ออ้างจะเผ่น
“ที่ฉันไม่ไปหาพวกนาย พวกนายควรหาเหตุผลในตัวเองสิ ไม่ใช่มาซักไซ้ฉัน เฮ้อ พวกนายทำให้ฉันรู้สึกแปลกแยกมาก เหมือนฉันไม่รู้จักพวกนายอีกแล้ว”
โหยวฝูเริ่มด้วยการปั่นสมองทันที มองคนทั้งสองด้วยแววตาผิดหวัง “เราควรแยกกันสักพัก ต่างคนต่างสงบใจดีกว่า”
