งานประมูลยังไม่เริ่ม โหยวฝูก็อยากกินเค้กชิ้นเล็ก ๆ ที่โต๊ะขนมหวานชั้นล่างแล้ว
เธอกลืนน้ำลาย แล้วส่งเสียงออดอ้อนสั่งอดีตเจ้านายให้ไปเอามาให้
วันนี้หลี่เฉิงอี้ใส่สูทสั่งตัดเข้ารูป ต่างจากตอนที่แต่งตัวตามสบายในบริษัทก่อนหน้านี้ โหยวฝูจึงมองเขาหลายตา
“ไปเอาเองสิ”
หลี่เฉิงอี้พูดอย่างเย็นชาจนโหยวฝูใจห่อเหี่ยว “แล้วก็พูดจาดี ๆ ด้วย”
โหยวฝูตั้งใจแกล้งเขา เลยทำเสียงหวานยิ่งกว่าเดิม “ขอร้องล่ะนะ ถ้าฉันลงไปแล้วมีคนจำได้จะทำยังไง ขอร้องอดีตเจ้านายที่ดีที่สุดในโลกเลยนะคะ”
หลี่เฉิงอี้วางแคตตาล็อกของประมูลที่ถือกลับด้านลงข้าง ๆ “ชีวิตเธอไม่ได้มีคนดูมากมายขนาดนั้น
“จะกินอะไร”
หืม อดีตเจ้านายผู้วิเศษนี่ทำไมกลายเป็นคนพูดง่ายไปได้ล่ะ
นึกว่าจะต้องยื้อยุดกันอีกสักพัก
โหยวฝูใจกว้างเริ่มสั่ง “พุดดิ้งคาราเมลกับบาสก์เผือก”
พูดจบก็ส่งหัวใจให้ด้วย “เจ้านายเป็นคนดีจริง ๆ เลยนะคะ”
หลี่เฉิงอี้จ้องมือเล็ก ๆ ที่มีนิ้วเรียวยาวคู่นั้น “ฉันไม่ใช่สามีเธอสักหน่อย จะมาส่งหัวใจให้ฉันทำไมกัน รสนิยมของเธอผ่านมานานขนาดนี้แล้วก็ยังไม่เปลี่ยน”
พูดพลางก็ผลักประตูออกไป
โหยวฝูมองประตูห้องส่วนตัวที่ปิดสนิทอีกครั้งอย่างงุนงง แล้วก็ถึงรู้ตัวทีหลังว่าหลี่เฉิงอี้ไปเอาขนมมาให้เธอด้วยตัวเอง
หา?
แล้วผู้ช่วยไว้ทำอะไรกัน เป็นแค่ของของประดับหรือไง
ทำไมเมื่อก่อนตอนที่เธอมากับหลี่เฉิงอี้ในงานแบบนี้ เธอต้องคอยตามติดเขาพร้อมรับคำสั่งอยู่ตลอดเลยนะ
โหยวฝูรู้สึกอิจฉา ความเหน็ดเหนื่อยของตัวเองมันก็น่าสงสารอยู่หรอก แต่ความสบายของคนอื่นยิ่งทำให้โหยวฝูตาร้อน!
