“อะไรไม่สมควร?!”
“หุบเหวมู่ตูปราฏกขึ้นมาได้แค่ครึ่งเดือน ชนเผ่าแปลกหน้าก็โจมตีอย่างรุนแรงทันทั้งในตอนแรก แต่พวกเราที่นี่มีการเตรียมพร้อมมาแต่แรก
ยุทธการแรกนั้นถือว่าโหดร้ายทีเดียว
แม้แต่ผู้เฒ่าขั้นเทพหนึ่งคนของตระกูลจ้าวแห่งมู่ตู ยังต้องจากไปอย่างน่าสะพรึงกลัวภายในนั้น ส่วนผู้ที่อยู่ครึ่งก้าวสู่ขั้นเทพอีกสามคนก็พ่ายแพ้สงครามตายไปในยุทธการนั้นเช่นกัน
แต่ชนเผ่าแปลกหน้าเองก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่เจ็บปวดอย่างใจสลาย
หลังยุทธการนั้น ชนเผ่าแปลกหน้าดูจะรู้ตัวว่าพวกเรามีการเตรียมการแล้ว การโจมตีหลังจากนั้นจึงเป็นไปเพื่อการลอบวังเท่านั้น
พวกมันดูจะอยากรู้ว่า พวกเราวางกับดักเอาไว้ที่นี่มากน้อยแค่ไหน!”
สวีโหย่หรงเห็นเซียวเย่ประสานมือก่อตัวอักขระเวท จึงอธิบายขึ้นมา แต่ในดวงตาก็แลเห็นความฉงนสงสัยปรากฏขึ้นมาหนึ่งแง่มุม
เซียวเย่กำลังทำสิ่งใดกัน?
หรือถูกชนเผ่าแปลกหน้าหลอกจนตกใจกันแน่?
เธอในฐานะผู้เฒ่าผู้แข็งแกร่งขั้นเทพฝ่ายทหาร ต่อเซียวเย่นอกจากความอยากรู้แล้ว ยังรู้สึกว่าโอกาสของเซียวเย่นั้นล้ำเกินธรรมดา โชคลาภก็ล้ำฟ้าล้ำเหลือเกิน
ไม่ใช่แค่เธอ แทบคนส่วนใหญ่ กระทั่งผู้ยืนอยู่จุดสูงสุดแห่งยุทธภพ ต่างรู้สึกว่าเมื่อคราวที่เซียวเย่ไปเบอร์มิวดา ส่วนใหญ่น่าจะพึ่งพาโชคลาภที่ล้ำเลิกเพื่อฝ่าวิกฤตออกมา
ที่เจียนหนาน คนเกือบทั้งหมดต่างคิดว่า เซียวเย่คงได้อาณาเขตอันน่าตื่นตะลึงครั้งยิ่งใหญ่โดยบังเอิญ แล้วสืบทอดมาเป็นมหาพุทธาณูปการยุคก่อนฉินทั้งแห่งโดยไม่รู้ตัว
