เพิ่งผ่านไปแค่วันเดียว กระแสวิพากษ์วิจารณ์ก็เริ่มลุกลาม มีคนนำภาพเปรียบเทียบผลงานทั้งสองเรื่องพร้อมวันเผยแพร่ไปโพสต์บนแพลตฟอร์มยอดนิยมหลายแห่ง คราวนี้ไม่ใช่แค่บรรดานักอ่านที่ติดตามผลงานเป็นตอน ๆ เท่านั้น ชาวเน็ตจำนวนมากยังเข้ามาร่วมวงสนทนา จนหัวข้อนี้ร้อนแรงขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
ชาวเน็ตที่ชอบหาเรื่องคอยยั่วยุให้เกิดการทะเลาะกัน ทั้งที่เรื่องยังไม่มีข้อสรุป กลับมีคนจำนวนมากด่าฉูซวงว่าลอกเลียนผลงาน
แม้กระทั่งเวยปั๋วของฉูซวงก็ถูกขุดคุ้ยขึ้นมา คนเหล่านั้นอารมณ์รุนแรงอย่างมาก ความเห็นใต้ทุกโพสต์เต็มไปด้วยถ้อยคำหยาบคาย
ผลกระทบร้ายแรงไม่น้อย
ตั้งแต่โตมาจนถึงวันนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอถูกคนด่าทออย่างหนักขนาดนี้
ฉูซวงเลื่อนอ่านความคิดเห็นเหล่านั้นอย่างสงบนิ่ง ก่อนยกมือขึ้นนวดขมับ
“ติดต่อคนวาดภาพอีกฝ่ายได้หรือยัง?” พี่สวี่ถาม
“ทางฉันยังติดต่อไม่ได้ ไม่รู้ว่าทางซุนเมิ่งจู๋เป็นยังไงบ้าง เมื่อวานเธอบอกให้ฉันกลับมารอฟังข่าว”
เหอฮวนเลื่อนอ่านความคิดเห็นเหล่านั้น สีหน้าขุ่นเคือง “คนพวกนี้ไม่แยกแยะถูกผิด เอาแป้นพิมพ์มาเป็นอาวุธ ด่ากันเสีย ๆ หาย ๆ จะรออะไรอีก คนที่โดนด่าไม่ใช่เธอ เธอก็ไม่ร้อนใจน่ะสิ ซวงซวง เธอไม่ได้เก็บต้นฉบับแต่ละเวอร์ชันกับประวัติแชตเอาไว้หรือ? เอาหลักฐานพวกนั้นโพสต์ลงเวยปั๋วไปเลย จะได้ยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง”
ฉูซวงจิบน้ำ ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน “ยังไม่ถึงขั้นนั้น”
“หืม?”
“ตอนนี้คนที่กล่าวหาว่าพวกเราลอกเลียนผลงานก็มีแค่ชาวเน็ตคาดเดาจากมุมมองด้านเดียวแล้วก็สร้างเรื่องขึ้นมา อีกฝ่ายกับฉันต่างก็เป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้พวกเขายังไม่แสดงจุดยืน ไม่เคยพูดด้วยซ้ำว่าฉันลอกผลงานของพวกเขา เรื่องนี้จะทำให้ใหญ่หรือเล็กก็ได้”
พี่สวี่พยักหน้า
