ฉูซวงถอนหายใจออกมา “แม้แต่เรื่องที่ฉันเข้าไปอยู่ในบ้านเก่าตระกูลเซิ่ง ก็เป็นฝีมือคุณที่จัดการอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า?”
เซิ่งถิงตอบว่า “เรื่องนั้นไม่ใช่ ผมไม่รู้ว่าคุณรู้จักเซิ่งเหยา ตอนเห็นคุณที่บ้านเก่า ผมเองก็คิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญเหมือนกัน”
ชายหนุ่มดูเหมือนจะเมามากขึ้นอีกเล็กน้อย น้ำเสียงขึ้นจมูก “ตอนนี้พอมาคิดดูอย่างละเอียด หลายปีที่ผ่านมา ผมเอาแต่รอให้คุณเติบโตขึ้นมา คิดไปเองว่าการไม่เข้าไปรบกวนชีวิตคุณเป็นเรื่องดี ทั้งยังมาปรากฏตัวช้าเกินไป เรื่องนี้ผมทำผิดพลาดอย่างมหันต์ ช่วงนี้ผมคิดอยู่บ่อย ๆ ว่า ถ้าตอนนั้นผมเข้ามาอยู่ในชีวิตคุณตั้งแต่เนิ่น ๆ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคุณ คุณจะมีความมั่นใจมากกว่านี้ไหม”
ดินแดนตะวันตกเฉียงเหนืออันกว้างใหญ่กำลังเปลี่ยนผ่านจากปลายฤดูใบไม้ผลิสู่ต้นฤดูร้อน ราตรีสงบเงียบและมืดทึบ ดาวไม่กี่ดวงบนขอบฟ้ายามใกล้รุ่งส่องประกายระยิบระยับ ตัดกับความมืดดุจหมึก
ฉูซวงมองออกไปนอกหน้าต่าง พลันรู้สึกว่าค่ำคืนนี้คงจะติดอยู่ในความทรงจำไปอีกนานแสนนาน
เสียงทุ้มแหบพร่าของชายหนุ่มยังคงดังต่อเนื่อง
“คุณไม่รู้หรอกว่าผมรักคุณมากแค่ไหน แค่คิดถึงคุณ หัวใจก็เจ็บแปลบขึ้นมาเอง ผมรู้สึกว่าคุณดีไปหมด ดีที่สุดในโลก มองเท่าไรก็ไม่เคยพอ อยากมอบทุกสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณ แค่อยากเห็นคุณยิ้ม ต่อให้ต้องแบกรับความเจ็บปวดทั้งหมดแทนคุณ ผมก็ยินดี”
“ฉูซวง ที่รักของผม...”
“เราอย่าหย่ากันเลยได้ไหม? เมื่อเทียบกับคุณแล้ว คนที่ขาดคุณไม่ได้ยิ่งกว่าคือผม”
ฉูซวงฟังถ้อยคำที่อีกฝ่ายพูดต่อกันเป็นชุด ยังไม่ทันตั้งสติจากความตกตะลึงต่อเรื่องราวก่อนหน้านี้ ก็ได้ยินคำสารภาพรักอันลึกซึ้งของเขา ก่อนจะพูดถึงเรื่องหย่าขึ้นมาเสียอย่างนั้น เปลือกตาของเธอกระตุกเบา ๆ
