ตระกูลเซิ่งคำนวณทุกอย่างไว้อย่างรอบคอบแล้ว
แต่กลับนึกไม่ถึงเลยว่า เจ้าของคนต่อไปของฉางหลงก็คือเฟย์!
หากแลกกับการไม่ต้องเข้าไปพัวพันกับซูจื้อเหยา ด้วยการมอบทุนให้เวินซูไว้รับมือกับตระกูลเซิ่ง หากวันหนึ่งเรื่องของลิ่งอี๋ถูกเปิดเผยขึ้นมา แบบนี้จะไม่คุ้มกว่าหรือ?
เวินซูเองก็เข้าใจเหตุผลข้อนี้ดี
เธอไม่ได้แตะชาน้ำผึ้งบนโต๊ะ กลับมองเซิ่งเจิงโจวที่ยังคงสงบนิ่ง ราวกับสิ่งที่เขามอบให้ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียน มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเสียดายแม้แต่น้อย
“ประธานเซิ่งใจกว้างจริง ๆ นะคะ” เธอเอ่ย
“ดูเหมือนคุณจะพอใจกับเงื่อนไขนี้?” มุมปากเซิ่งเจิงโจวขยับเล็กน้อยก่อนถาม
เงื่อนไขงั้นหรือ...
เวินซูครุ่นคิดถึงความหมายของคำนี้
พูดให้ถึงที่สุด ก็เป็นเพราะต้องการชดเชยเรื่องวุ่นวายที่ซูจื้อเหยาก่อขึ้น
เธอไม่ใช่คนจุกจิกถึงขั้นไม่ยอมรับเงิน ผู้ใหญ่ใช้ชีวิตกันก็ลำบากพออยู่แล้ว
ไม่จำเป็นต้องไปแข็งข้อกับซูจื้อเหยาและเซิ่งเจิงโจวเพราะเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเธอ สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้อะไรกลับมา
คนเราอยู่รอดไม่ได้ด้วยศักดิ์ศรีกับความรักชั่วคราว
เซิ่งเจิงโจวมอบบริษัทให้เธอ แถมยังนับเป็นทรัพย์สินสำหรับแบ่งตอนหย่าได้ด้วย แล้วทำไมเธอจะไม่รับล่ะ ต่อไปทุกอย่างก็เป็นของลิ่งอี๋อยู่ดี
“สวรรค์คงซาบซึ้งในความรักมั่นคงของประธานเซิ่งแน่ค่ะ” เวินซูพูดด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
เซิ่งเจิงโจวมองเธอแวบหนึ่งอย่างอ่านไม่ออก “ขอบคุณที่ชม”