หลังได้คำตอบยืนยันจากเซิ่งเจิงโจว ซูจื้อเหยาก็ประหลาดใจอยู่บ้าง รอยยิ้มหวานล้ำขึ้นอีก ต่างจากบรรยากาศเคร่งขรึมในงานวันนี้อย่างสิ้นเชิง จนคนรอบข้างอดหันมามองพวกเขาไม่ได้
เพราะวันนี้เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน
ทุกคนต่างตึงเครียดจนผ่อนคลายไม่ได้
มีเพียงฝั่งซูจื้อเหยาที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความรื่นเริง
ที่นั่งของเวินซูอยู่ไม่ไกลนัก
เธอจึงสัมผัสได้ถึงบรรยากาศหวานชื่นกลมเกลียวจากทางนั้น
เธอไม่แน่ใจว่าพวกเขาคุยอะไรกัน
แต่สิ่งที่ทำให้ซูจื้อเหยาอ่อนหวานอ่อนโยนถึงเพียงนั้น คงหนีไม่พ้นเซิ่งเจิงโจวให้ผลประโยชน์อะไรบางอย่างกับเธอ
วินาทีถัดมา
เวินซูก็สังเกตเห็นสายตาของซูจื้อเหยา
อีกฝ่ายเหลือบมองเธอ รอยยิ้มตรงมุมปากเด่นชัดขึ้น ดูมั่นใจและหยิ่งทะนง ราวกับเพิ่งชนะศึกมา สายตาที่มองเวินซูเต็มไปด้วยความดูแคลน
เวินซูขมวดคิ้วเล็กน้อย
เป็นบ้าหรือไง
ซูจื้อเหยาเห็นเวินซูไม่ตอบโต้ แถมยังดูเหมือนหลบคมเธอ ก็หัวเราะเยาะในใจอย่างเงียบงัน
วันนี้เธอจะต้องคว้าโควตาที่ดีที่สุดเป็นคนแรกให้ได้
จากนั้นก็ไปออกรายการร่วมกับเซิ่งเจิงโจว เท่ากับเปิดเผยต่อสาธารณะว่าพวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกัน ผู้ชมและคนภายนอกย่อมสนับสนุนให้เธอกับเซิ่งเจิงโจวอยู่ด้วยกัน
ทุกคนต่างชื่นชมผู้แข็งแกร่ง เมื่อเธอได้ผลงานแล้วเปิดเผยในรายการ
ถึงตอนนั้น เธอกับเซิ่งเจิงโจวก็จะกลายเป็นคู่สวรรค์สร้างที่ใคร ๆ ต่างกล่าวขาน
ตระกูลเซิ่งก็ทำได้เพียงยอมรับ
ส่วนเซิ่งเจิงโจวที่รับปากว่าจะไปด้วย ก็เท่ากับยอมรับความสัมพันธ์และอนาคตของพวกเขาแล้ว
เวินซูงั้นหรือ?
แน่นอนว่าถูกเขี่ยออกจากเกมไปแล้ว
ไม่ใช่แค่เรื่องความรัก แต่วันนี้...
ซูจื้อเหยายิ้มบาง ๆ อย่างไม่แสดงอาการ
เมื่อเผยจืออวี้เดินเข้ามา เขาก็มองเห็นเวินซูนั่งอยู่บนเก้าอี้เพียงลำพัง รอบตัวแทบไม่มีใคร ส่วนฝั่งเซิ่งเจิงโจวที่อยู่ไม่ไกลกลับครึกครื้นไปด้วยผู้คน
เขาก้าวยาว ๆ มาหยุดตรงหน้าเวินซู
“ตื่นเต้นไหม?”
เวินซูมองเขา “ก็พอไหว”
